หน้าแรก เกี่ยวกับเรา แพ็กเกจ บทความ ติดต่อเรา โทร 098-1498987
บัญชี

ตรวจนับสต็อกสิ้นปี ทำอย่างไรให้ปิดงบผ่าน

ตรวจนับสต็อกสิ้นปี ทำอย่างไรให้ปิดงบผ่าน คู่มือสำหรับเจ้าของกิจการ

สต็อกปลายปีเป็นตัวเลขเดียวที่เปลี่ยนกำไรของกิจการได้ทันที นับผิดไปหลักแสน กำไรก็ผิดไปหลักแสน เจ้าของ SME จึงมักมีคำถามเดียวกันว่า ต้องนับวันไหน ใช้แบบฟอร์มอะไร และถ้านับแล้วไม่ตรงกับในระบบต้องทำอย่างไร บทความนี้ตอบทั้งสามข้อเป็นขั้นตอนและตาราง สำหรับบริษัทและห้างหุ้นส่วนที่มีสินค้า

สรุปเร็ว: ให้นับสต็อกตรงวันสุดท้ายของรอบบัญชี (ส่วนใหญ่คือ 31 ธ.ค.) ถ้านับวันนั้นไม่ได้ ให้นับวันที่ใกล้ที่สุด แล้วปรับยอดด้วยรายการรับเข้าและจ่ายออกระหว่างวันนับกับวันสิ้นปี ใช้ใบตรวจนับที่มีรหัสสินค้า จำนวนที่นับได้ ผู้นับ ผู้ตรวจ และวันที่ ถ้าสต็อกไม่ตรง ให้นับซ้ำและไล่เอกสารก่อนอย่าแก้ตัวเลขให้ตรงเอง เพราะถ้าเป็นผู้จด VAT และสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบจริง กฎหมายถือเป็นการขาย ต้องเสีย VAT จากราคาตลาด และมีเบี้ยปรับ และการรู้สาเหตุก็ไม่ได้ทำให้พ้น VAT เสมอไป ส่วนมูลค่าในงบทางภาษีใช้ราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า ตามมาตรา 65 ทวิ (6) แห่งประมวลรัษฎากร

ต้องนับสต็อกวันไหน

คำตอบสั้น ๆ คือ นับตรงวันสุดท้ายของรอบบัญชี

มาตรา 65 ทวิ (6) แห่งประมวลรัษฎากรให้คำนวณราคาสินค้าคงเหลือ "ในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี" ตัวเลขในงบจึงต้องเป็นยอด ณ วันนั้น แต่มาตรานี้ไม่ได้ระบุว่าต้องลงมือนับในวันนั้นเป๊ะ

รอบบัญชีของกิจการอาจไม่ได้จบวันที่ 31 ธ.ค. ให้ยึดวันปิดบัญชีของกิจการเอง ปีนี้ 31 ธ.ค. 2569 ตรงกับวันพฤหัสบดี และเป็นวันที่หลายกิจการหยุด ควรเลือกวิธีให้เหมาะกับหน้างาน

วิธีเหมาะกับสิ่งที่ต้องทำเพิ่ม
นับวันสุดท้ายของรอบบัญชีร้านหรือคลังที่หยุดรับ-จ่ายสินค้าได้ไม่ต้องปรับยอด ได้ตัวเลขตรงที่สุด
นับก่อนวันสุดท้ายกิจการที่ต้องเปิดขายจนถึงสิ้นปีบวกรับเข้า หักจ่ายออก จากวันนับถึงวันสิ้นปี
นับหลังวันสุดท้ายกิจการที่หยุดยาวช่วงปีใหม่ย้อนกลับ หักรับเข้า บวกจ่ายออก จากวันสิ้นปีถึงวันนับ

ยิ่งห่างจากวันสิ้นปี ยิ่งต้องพึ่งเอกสารมาก ควรนับห่างไม่กี่วัน และตกลงกับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีล่วงหน้า

ตัวอย่างสมมติ (หน่วยเป็นชิ้น)

รายการนับก่อน (29 ธ.ค.)นับหลัง (4 ม.ค.)
ยอดที่นับได้480500
รับเข้าระหว่างช่วง+50-40
จ่ายออกระหว่างช่วง-30+20
ยอด ณ 31 ธ.ค.500480

ทำไมสต็อกปลายปีกระทบกำไรโดยตรง

ต้นทุนขายคำนวณจากสูตรนี้

ต้นทุนขาย = สินค้าคงเหลือต้นงวด + ซื้อ - สินค้าคงเหลือปลายงวด

ปลายงวดน้อยลงเท่าไร ต้นทุนขายสูงขึ้นเท่านั้น และกำไรลดลงเท่ากัน

ตัวอย่างสมมติ (บาท)นับได้ 400,000นับได้ 350,000
ต้นงวด300,000300,000
ซื้อระหว่างปี1,200,0001,200,000
ปลายงวด(400,000)(350,000)
ต้นทุนขาย1,100,0001,150,000

สต็อกต่างกัน 50,000 บาท กำไรในงบก็ต่างกัน 50,000 บาท ผู้สอบบัญชีจึงให้ความสำคัญกับรายการนี้ และบางครั้งขอเข้าสังเกตการณ์การนับ

ต้องนับอะไร และไม่ต้องนับอะไร

หลักคิดคือ นับสิ่งที่เป็นของกิจการ ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในคลัง

รายการนับรวมไหมสิ่งที่ต้องทำ
สินค้าสำเร็จรูป สินค้าซื้อมาขายนับนับตามรหัสและหน่วยในระบบ
วัตถุดิบ งานระหว่างทำนับระบุขั้นการผลิตของงานระหว่างทำ
สินค้าฝากขายที่ร้านอื่นนับรวมขอยอดยืนยันจากผู้รับฝาก
สินค้าของคนอื่นที่ฝากไว้กับเราไม่นับแยกพื้นที่และติดป้ายให้ชัด
สินค้าที่บันทึกขายแล้ว แต่ลูกค้ายังไม่มารับแยกไว้แจ้งผู้ทำบัญชี กันนับซ้ำกับยอดขาย
สินค้าที่ซื้อแล้วและอยู่ระหว่างขนส่งดูเงื่อนไขการซื้อแจ้งผู้ทำบัญชีพร้อมเอกสารซื้อ
สินค้าชำรุด หมดอายุ ขายไม่ได้นับแยกถ่ายรูปและจดสาเหตุ

ของใช้สำนักงานที่ไม่ได้ซื้อมาขายหรือผลิต ไม่ใช่สินค้าคงเหลือ ไม่ต้องรวมในใบนับสินค้า

ขั้นตอนตรวจนับสต็อก 6 ขั้น

ขั้นตอนตรวจนับสต็อกสิ้นปี 6 ขั้น นัดวันและแบ่งทีม ตัดรอบเอกสาร จัดคลัง นับสองรอบ เทียบกับรายงานสต็อก และลงนามเก็บเอกสาร
ขั้นเมื่อไรทำอะไร
1. นัดวันและแบ่งทีมภายใน พ.ย.เลือกวันนับ จับคู่คนนับกับคนจด ให้คนที่ไม่ได้ดูแลคลังร่วมนับ แจ้งผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี
2. ตัดรอบเอกสารก่อนวันนับจดเลขที่ใบส่งของ ใบรับของ และใบกำกับภาษีฉบับสุดท้ายก่อนนับ
3. จัดคลัง1-3 วันก่อนนับรวมสินค้าชนิดเดียวกัน แยกของเสียและของคนอื่น ติดป้ายรหัส
4. นับสองรอบวันนับหยุดรับ-จ่ายสินค้าถ้าทำได้ รอบแรกนับ รอบสองสุ่มนับซ้ำโดยอีกคน
5. เทียบกับรายงานหลังนับทันทีนำจำนวนจริงเทียบรายงานสต็อก รายการที่ต่างให้นับใหม่ระหว่างสินค้ายังอยู่ครบ
6. ลงนามและเก็บเอกสารจบงานผู้นับ ผู้ตรวจ และผู้มีอำนาจลงชื่อ ส่งสำเนาให้ผู้ทำบัญชี

ขั้นที่ 2 สำคัญที่สุด ถ้าไม่ตัดรอบเอกสาร สินค้าที่ส่งออกไปแล้วแต่ยังไม่บันทึกขาย จะดูเหมือนสินค้าขาดทันที

ใบตรวจนับสต็อกต้องมีอะไร

ประมวลรัษฎากรไม่ได้กำหนดแบบฟอร์มใบตรวจนับ หลายกิจการใช้ Excel หรือกระดาษ แต่ควรตรวจย้อนกลับได้ ตัวอย่างหัวตารางมีดังนี้

ลำดับรหัสสินค้าชื่อสินค้าหน่วยที่เก็บยอดนับได้สภาพหมายเหตุ
1A-001สินค้าตัวอย่างชิ้นชั้น 3120ปกติ
2A-002สินค้าตัวอย่างกล่องชั้น 48ชำรุด 2มีรูปถ่าย

ท้ายใบควรมีวันที่นับ เลขที่ใบ ชื่อผู้นับ ผู้ตรวจ และผู้มีอำนาจ พร้อมเลขเอกสารฉบับสุดท้ายที่ตัดรอบไว้

เคล็ดลับเล็ก ๆ คือไม่ควรพิมพ์ยอดในระบบลงในใบนับ คนนับจะได้นับจริง ไม่ใช่นับให้ตรงกับตัวเลข ใบเดิมที่จดผิดให้ขีดฆ่าแล้วลงชื่อกำกับ อย่าลบทิ้ง และเก็บใบนับไว้พร้อมเอกสารบัญชีของปีนั้น

ผู้จด VAT ต้องดูรายงานสินค้าและวัตถุดิบด้วย

ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ที่ขายสินค้า มีหน้าที่จัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) ซึ่งต้องมีรายการตามแบบของกรมสรรพากร และทำแยกตามสถานประกอบการ รายงานสต็อกจากโปรแกรมจึงอาจไม่ครบ ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจ

เรื่องสิ่งที่กฎหมายกำหนด
ใครต้องทำผู้จด VAT ที่ประกอบกิจการขายสินค้า กิจการบริการอย่างเดียวไม่ต้องทำ
ลงรายการเมื่อไรภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่รับมาหรือจ่ายไป
ต้องมีอะไรอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศอธิบดี ได้แก่ ชื่อสินค้า ชนิดหรือขนาด วันที่ เลขที่ใบสำคัญรับหรือจ่าย และปริมาณรับ จ่าย คงเหลือ โดยลงตามปริมาณที่รับมาหรือจ่ายไปจริง และมีเอกสารประกอบ
เก็บนานเท่าไรไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันทำรายงาน

รายงานนี้สำคัญกว่าที่หลายกิจการคิด เพราะคำว่า "สินค้าขาด" ทางภาษีวัดจากรายงานฉบับนี้ ถ้าลงรายการไม่ทันหรือไม่ครบ ยอดในรายงานจะไม่ตรงกับของจริง แม้สินค้าจะไม่ได้หายไปไหน

สต็อกไม่ตรงก่อนปิดงบ ทำอย่างไร

ขั้นตอนเมื่อสต็อกไม่ตรงก่อนปิดงบ นับซ้ำ ไล่เอกสาร แยกสาเหตุ เก็บหลักฐาน และแจ้งผู้ทำบัญชีก่อนปรับยอด

ทำตามลำดับนี้ อย่าเริ่มจากการแก้ตัวเลข

  1. นับซ้ำเฉพาะรายการที่ต่าง โดยให้อีกคนนับ
  2. ไล่เอกสารระหว่างวันตัดรอบ ใบส่งของ ใบรับของ ใบลดหนี้ และการคืนสินค้า
  3. แยกสาเหตุตามตารางด้านล่าง
  4. เก็บหลักฐาน เช่น ใบแจ้งความ รูปถ่าย หรือบันทึกการอนุมัติ
  5. แจ้งผู้ทำบัญชีก่อนปรับยอด เพราะแต่ละสาเหตุมีผลทางภาษีต่างกัน

ส่วนใหญ่ผลต่างมาจากเรื่องที่แก้ได้ เช่น

สิ่งที่พบจุดที่ควรตรวจ
ขาดบางรหัส เกินบางรหัสรหัสสลับ หรือขายผิดรหัส
ขาดเป็นจำนวนเท่าของแพ็กหน่วยนับไม่ตรงกัน เช่น ชิ้นกับกล่อง
ขาดช่วงปลายเดือนส่งของแล้วแต่ยังไม่ออกเอกสารขาย
เกินช่วงปลายเดือนรับของแล้วแต่ยังไม่บันทึกซื้อ
ขาดเล็กน้อยหลายรหัสเบิกใช้ แจกตัวอย่าง หรือของแถม ที่ไม่ได้ลงเอกสาร

ผลทางภาษีแยกตามสาเหตุ

สาเหตุVAT (ผู้จด VAT)ภาษีเงินได้นิติบุคคลหลักฐานที่ควรมี
บันทึกผิด เช่น รหัสสลับไม่ถือเป็นสินค้าขาด ถ้าพิสูจน์ได้ด้วยเอกสารว่าเป็นรายการเดียวกันที่บันทึกผิด ควรบันทึกรายการปรับปรุงพร้อมเอกสารอ้างอิง ไม่ลบรายการเดิมปรับบัญชีให้ถูกต้องเอกสารต้นทางและใบนับ
ขาดและหาสาเหตุไม่ได้ถือเป็นการขาย ฐานภาษีคือราคาตลาดในวันที่ตรวจพบ และมีเบี้ยปรับเจ้าพนักงานอาจใช้ผลต่างประกอบการประเมินว่ามียอดขายที่ไม่ได้ลงบัญชี ขึ้นกับข้อเท็จจริงและคำชี้แจงของกิจการใบนับและรายงานที่กระทบยอดแล้ว
ถูกลักขโมยยังถือเป็นการขายตามแนววินิจฉัย ส่วนภาษีซื้อของสินค้าที่ซื้อจากผู้จด VAT เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการ จึงมีสิทธินำมาหักได้ ถ้าไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5ถ้ามีหลักฐานชัดเจนว่าถูกโจรกรรม และสินค้าไม่มีประกันหรือสัญญาคุ้มกัน ตัดต้นทุนเป็นผลเสียหายได้ในรอบบัญชีที่ถูกลักขโมย ถ้าได้คืนหรือได้รับชำระภายหลังเป็นรายได้ในรอบนั้น ถ้ามีประกันให้ปรึกษาผู้ทำบัญชีใบแจ้งความ และหลักฐานเหตุการณ์
ชำรุด หมดอายุ แล้วทำลายทำลายตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากรไม่ถือเป็นการขายตัดต้นทุนที่เหลือเป็นรายจ่ายในรอบบัญชีที่ทำลายอนุมัติทำลาย พยาน รูปถ่าย
สินค้าเกินไม่ถือเป็นสินค้าขาด แต่ต้องหาที่มาให้ได้ตรวจว่ามีการซื้อที่ยังไม่บันทึกหรือไม่ การหักกลบกับสินค้าขาดขึ้นกับข้อเท็จจริงเอกสารซื้อ และใบรับของ

สินค้าขาดจากรายงาน เสียภาษีเท่าไร

มาตรา 77/1 (8) (จ) ถือว่าการมีสินค้าขาดจากรายงานเป็นการขาย ไม่ว่ากิจการตรวจนับพบเองหรือเจ้าพนักงานเป็นผู้ตรวจพบ ความรับผิดเกิดเมื่อตรวจพบ จึงต้องรวมเป็นภาษีขายใน ภ.พ.30 ของเดือนที่ตรวจพบ โดยไม่ต้องออกใบกำกับภาษี เช่น ตรวจพบเดือนธันวาคม ก็เป็นแบบของเดือนธันวาคม ที่ยื่นในเดือนมกราคม

ถ้าพบผลต่างปลายเดือน แล้วนับซ้ำหรือไล่เอกสารจบในเดือนถัดไป ตัวบทไม่ได้นิยามว่าถือวันใดเป็นวันตรวจพบ จึงควรสรุปผลให้เร็ว และปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนยื่นแบบ

แนววินิจฉัยของกรมสรรพากรเคยตอบกรณีบริษัทตรวจนับประจำปีเอง พบสินค้าหาย และแจ้งความไว้แล้ว ผลคือยังถือเป็นการขาย เพราะไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดโดยเหตุสุดวิสัย และแม้มีหลักฐานชัดว่าถูกโจรกรรม กรมสรรพากรก็ยังถือเป็นสินค้าขาดจากรายงาน ใบแจ้งความจึงไม่ได้ทำให้พ้น VAT

คำว่าเหตุสุดวิสัยมาจากข้อหารือ ไม่ได้เขียนไว้ในมาตรา 77/1 (8) (จ) โดยทั่วไปหมายถึงเหตุที่ป้องกันไม่ได้แม้ระมัดระวังตามสมควร แต่กรมสรรพากรไม่ได้ให้รายการว่าเหตุใดเข้าข่าย ถ้าสินค้าเสียหายจากเหตุภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุ อย่าสรุปเองว่าพ้น VAT ให้เก็บหลักฐานและปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อน

ฐานภาษีคือราคาตลาด ไม่ใช่ราคาทุน และมีเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีตามมาตรา 89 (10) โดยเจ้าพนักงานมีอำนาจพิจารณาลดได้ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 ข้อ 7 เมื่อเจ้าพนักงานเห็นว่าไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและให้ความร่วมมือด้วยดี ตามข้อ 2 ของคำสั่งเดียวกัน

เงื่อนไขการลดเบี้ยปรับเหลือเบี้ยปรับ
นำฐานภาษีไปยื่นแบบและชำระภาษีพร้อมกัน ความผิดเกิดภายใน 2 ปีนับแต่จด VATร้อยละ 10 ของเบี้ยปรับ
นำฐานภาษีไปยื่นแบบและชำระภาษีพร้อมกัน ความผิดเกิดเมื่อพ้น 2 ปีร้อยละ 20 ของเบี้ยปรับ
ไม่ได้นำฐานภาษีไปยื่นแบบร้อยละ 30 ของเบี้ยปรับ

ตัวอย่างสมมติ: สินค้าขาดราคาตลาด 100,000 บาท กิจการจด VAT มาเกิน 2 ปี และนำไปยื่นแบบพร้อมชำระภาษีแล้ว

รายการบาท
VAT 7% ของ 100,0007,000
เบี้ยปรับ 2 เท่าของเงินภาษี14,000
เบี้ยปรับหลังลด กรณีได้รับลดเหลือร้อยละ 202,800

ถ้ายื่นหรือชำระล่าช้า อาจมีเงินเพิ่มอีกต่างหาก ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ของจริงขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละกิจการ

สินค้าชำรุด หมดอายุ จะตัดออกอย่างไร

ทิ้งเฉย ๆ ไม่ได้ ถ้าจะตัดเป็นรายจ่าย ควรทำตามแนวทางในคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.79/2541

ประเภทสินค้าสิ่งที่ต้องทำ
เก็บรอไว้ไม่ได้ เช่น อาหาร เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ตรวจสภาพตามเกณฑ์ของกิจการ ผู้มีอำนาจอนุมัติ ให้ฝ่ายคลัง บัญชี และฝ่ายขายหรือตรวจสอบเป็นพยานและลงชื่อ พร้อมเชิญผู้สอบบัญชีเป็นพยาน
เก็บรอทำลายได้ทำตามช่องด้านบน และแจ้งสรรพากรพื้นที่หรือสรรพากรจังหวัดล่วงหน้า 30 วันก่อนวันทำลาย

รายจ่ายนี้ลงในรอบบัญชีที่ทำลาย ถ้าอยากให้ทันปีนี้และสินค้าเก็บรอได้ ควรเริ่มเรื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เพราะต้องเผื่อเวลาแจ้งล่วงหน้า

กิจการในเขตอุตสาหกรรมส่งออกหรือได้รับส่งเสริมการลงทุนมีหลักเกณฑ์แยกต่างหาก ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อน

ตีราคาสินค้าคงเหลือในงบ ใช้ราคาไหน

นับจำนวนเสร็จแล้ว ขั้นต่อไปคือคูณด้วยราคา ซึ่งทางบัญชีกับทางภาษีใช้เกณฑ์คนละคำ จึงอาจได้ตัวเลขไม่เท่ากัน ควรให้ผู้ทำบัญชีกระทบผลต่างให้

ทางบัญชี (NPAEs)ทางภาษี
เกณฑ์ราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่าราคาทุนหรือราคาตลาด แล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า
ที่มามาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับ NPAEs บทที่ 8มาตรา 65 ทวิ (6)
ปีถัดไปยกไปตามบัญชีใช้ราคานี้เป็นสินค้าคงเหลือยกมาของรอบใหม่

ตัวอย่างสมมติ

สินค้าจำนวนราคาทุนราคาตลาดใช้ราคามูลค่าทางภาษี (บาท)
A10012015012012,000
B502001401407,000
รวม19,000

วิธีคำนวณราคาทุนที่คู่มือกรมสรรพากรระบุไว้มี 3 วิธี

วิธีเหมาะกับ
ราคาเจาะจงสินค้าที่แยกเป็นชิ้นได้ เช่น รถยนต์ เครื่องจักร
เข้าก่อนออกก่อน (FIFO)สินค้าทั่วไปที่ขายของเก่าก่อน
ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักสินค้าปริมาณมากที่แยกล็อตยาก

เมื่อเลือกหลักเกณฑ์ใดแล้วต้องใช้ตลอดไป การเปลี่ยนหลักเกณฑ์ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากร ถ้ามีราคาตลาดต่ำกว่าทุน ให้เก็บหลักฐานราคาไว้ เช่น ใบเสนอราคาหรือราคาขายจริงช่วงสิ้นปี

ข้อควรระวังก่อนส่งผลนับให้ผู้ทำบัญชี

  • อย่าปรับตัวเลขให้ตรงกับรายงานโดยไม่มีหลักฐาน ใบนับจริงควรเป็นตัวตั้งเสมอ
  • อย่านับครั้งเดียวตอนสิ้นปี ถ้าสินค้าเคลื่อนไหวมาก ควรสุ่มนับรายเดือน เจอผลต่างเร็วจะแก้ง่ายกว่า
  • อย่ารวมของเสียกับของดี เพราะการตีราคาและการตัดรายจ่ายต่างกัน
  • อย่าลืมสินค้านอกคลัง เช่น สินค้าฝากขายหรือที่หน้าร้านสาขา
  • อย่าทิ้งใบนับ แม้ระบบจะเก็บยอดไว้แล้ว

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ประมวลรัษฎากรบังคับให้ต้องนับสต็อกจริงไหม?
A: ประมวลรัษฎากรไม่มีมาตราที่เขียนคำสั่งให้นับโดยตรง แต่กำหนดวิธีคำนวณราคาสินค้าคงเหลือ ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี และผู้จด VAT ที่ขายสินค้าต้องทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ นอกจากนี้ คู่มือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามกฎหมายการบัญชีทำบัญชีสินค้าด้วย ซึ่งเป็นคนละกฎหมายกับประมวลรัษฎากร การนับจริงเป็นวิธีพิสูจน์ว่าตัวเลขเหล่านี้ตรงกับของจริง และผู้สอบบัญชีใช้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจงบ

Q: ผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีต้องมานับด้วยไหม?
A: การนับเป็นงานของกิจการ ผู้สอบบัญชีอาจขอเข้าสังเกตการณ์ จึงควรแจ้งวันนับล่วงหน้า

Q: สต็อกไม่ตรงนิดเดียว ต้องเสีย VAT ไหม?
A: กฎหมายไม่ได้กำหนดยอดขั้นต่ำไว้ในมาตรา 77/1 (8) (จ) ถ้าเป็นสินค้าขาดจริงจากรายงานก็เข้าข่าย จึงควรหาสาเหตุก่อน เพราะหลายกรณีเป็นความผิดพลาดในการบันทึก

Q: สินค้าถูกขโมย แจ้งความแล้ว ยังต้องเสีย VAT ไหม?
A: ตามแนววินิจฉัยของกรมสรรพากร ยังถือเป็นการขายและต้องเสีย VAT จากราคาตลาด แต่ภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการมีสิทธินำมาหักได้ถ้าไม่ต้องห้าม และต้นทุนสินค้าถือเป็นผลเสียหายจากการประกอบกิจการได้ ถ้ามีหลักฐานชัดเจนและไม่มีประกันหรือสัญญาคุ้มกัน

Q: กิจการไม่ได้จด VAT ต้องทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบไหม?
A: ไม่ต้องทำรายงานตามมาตรา 87 (3) แต่ยังต้องมียอดสินค้าคงเหลือที่พิสูจน์ได้สำหรับการปิดงบและการคำนวณกำไรสุทธิ

Q: นับสต็อกช้ากว่า 31 ธ.ค. ใช้ได้ไหม?
A: ใช้ได้ ถ้าปรับยอดย้อนกลับถึงวันสิ้นปีด้วยเอกสารรับเข้าและจ่ายออกครบ ควรนับให้ห่างจากวันสิ้นปีน้อยที่สุด และแจ้งผู้สอบบัญชีก่อน

Q: สินค้าราคาตกจนต่ำกว่าทุน ต้องทำอย่างไร?
A: ทางภาษีให้ใช้ราคาตลาดที่ต่ำกว่าทุนเป็นราคาสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นรอบบัญชี และใช้ราคานั้นเป็นยอดยกมาปีถัดไป ควรเก็บหลักฐานราคาตลาดไว้

สรุป

ตรวจนับสต็อกสิ้นปีให้ผ่านงานปิดงบ เริ่มจากนัดวันให้ตรงหรือใกล้วันสุดท้ายของรอบบัญชี ตัดรอบเอกสาร นับสองรอบ และลงชื่อในใบนับ ถ้าสต็อกไม่ตรง ให้นับซ้ำ ไล่เอกสาร แยกสาเหตุ และแจ้งผู้ทำบัญชีก่อนปรับยอด ผู้จด VAT ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบถือเป็นการขาย ส่วนมูลค่าทางภาษีใช้ราคาทุนหรือราคาตลาดที่น้อยกว่า ตามมาตรา 65 ทวิ (6)

ถ้าอยากรู้ผลต่างก่อนถึงวันปิดงบ ส่งรายงานสต็อกและใบตรวจนับมาให้ทีมงานบริษัท พีพลัส การบัญชี จำกัด กระทบยอดได้ เราปรับปรุงบัญชี จัดทำงบการเงิน และยื่น DBD กับ ภ.ง.ด.50 ต่อให้ในงานปิดงบประจำปี ส่งรายละเอียดมาทาง LINE ได้เลย

แหล่งอ้างอิง:

• ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (3), (6) — https://www.rd.go.th/5939.html

• ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/1 (8) (จ), 78/3 (5), 79/3 (3) — https://www.rd.go.th/5205.html

• ประมวลรัษฎากร มาตรา 87 (3), 87/3, 89 (10) — https://www.rd.go.th/5209.html

• ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 — https://www.rd.go.th/5206.html

• กฎกระทรวง ฉบับที่ 189 (พ.ศ. 2534) ข้อ 8 — https://www.rd.go.th/2481.html

• ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 89) ข้อ 3, 5, 9 และ 10 — https://rd.go.th/3374.html

• แบบรายงานสินค้าและวัตถุดิบ แนบท้ายประกาศฉบับที่ 89 — https://www.rd.go.th/7959.html

• คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.81/2542 ข้อ 15 — https://www.rd.go.th/3573.html

• คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 ข้อ 2 (3) — https://www.rd.go.th/3568.html

• คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 ข้อ 2 และ 7 — https://www.rd.go.th/3361.html

• คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.79/2541 — https://www.rd.go.th/3575.html

• ข้อหารือ กค 0706/พ./2966 (23 มี.ค. 2547) สินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ — https://www.rd.go.th/24472.html

• ข้อหารือ กค 0706/34153 (3 พ.ค. 2548) ภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีสินค้าสูญหาย — https://www.rd.go.th/31479.html

• ข้อหารือ กค 0706/พ./6444 (2 ก.ค. 2550) สินค้าสูญหายเนื่องจากถูกลักขโมย — https://www.rd.go.th/35682.html

• ข้อหารือ กค 0706/34060 (5 เม.ย. 2549) สินค้าสูญหาย — https://www.rd.go.th/31450.html

• ข้อหารือ กค 0706/308 (15 ม.ค. 2551) การทำลายสินค้า — https://www.rd.go.th/37419.html

• คำพิพากษาฎีกาที่ 7432/2559 ฐานภาษีราคาตลาด ณ วันตรวจพบ — https://www.rd.go.th/62709.html

• คำพิพากษาฎีกาที่ 1140/2547 และ 15/2542 สินค้าขาดกับการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคล — https://www.rd.go.th/29559.html , https://www.rd.go.th/16674.html

• คำพิพากษาฎีกาที่ 4797/2549 วัตถุดิบขาดหายจากบัญชี — https://www.rd.go.th/34719.html

• คำพิพากษาฎีกาที่ 1495/2549 รหัสสินค้าสลับในใบตรวจนับ — https://www.rd.go.th/35527.html

• กรมสรรพากร, คู่มือ ประเด็นด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย (มิถุนายน 2567) ส่วนสินค้าคงเหลือ และข้อหารือ กค 0706/764 — https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/taxaudit/vp/tax_Dimention/manualCost.pdf

• กรมสรรพากร, การคำนวณสินค้าคงเหลือ ณ วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี — https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/spreadsheet/inventory_270160.pdf

• กรมสรรพากร, การทำลายสินค้าอย่างไร จึงจะลงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ — https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/spreadsheet/description_221259.pdf

• กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, คู่มือนิติบุคคลตั้งใหม่ — https://www.dbd.go.th/storage/manual/644ffb30-f6bf-4e60-a3be-9db74a65509b.pdf

ส่งรายงานสต็อกมาให้เรากระทบยอดก่อนปิดงบ

งานปิดงบประจำปีของเรามีการกระทบยอดธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสต็อก ปรับปรุงบัญชี จัดทำงบการเงินพร้อมหมายเหตุประกอบงบ ยื่น DBD และ ภ.ง.ด.50 ราคาเริ่มต้น 10,000 บาท/ปี รวมค่าสอบบัญชีแล้ว ไม่มีบวกเพิ่ม (ขึ้นกับปริมาณเอกสารและความซับซ้อน) ราคาเดียวกันทุกจังหวัด ลูกค้าใหม่เราเข้าพบเพื่ออธิบายพื้นฐานภาษีฟรี ส่งรายละเอียดทาง LINE ได้เลย

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อเราทาง LINE