
ใกล้สิ้นปี เจ้าของกิจการหลายคนเริ่มคิดว่าจะเปลี่ยนสำนักงานบัญชีดีไหม อาจเพราะธุรกิจโตขึ้นจนต้องการบริการที่ต่างไปจากเดิม อยากได้รายงานที่ละเอียดขึ้น หรือแค่อยากได้คนที่คุยง่ายกว่า การเปลี่ยนสำนักงานบัญชีเป็นเรื่องปกติและทำได้ตลอดปี สิ่งสำคัญคือส่งมอบงานให้ครบ เพื่อไม่ให้มีแบบภาษีเดือนไหนตกหล่น และงบปลายปีปิดได้ทันกำหนด บทความนี้รวบรวมเช็กลิสต์ว่าต้องขออะไร เก็บอะไร และควรจัดการเรื่องรหัสเข้าระบบราชการอย่างไร
เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปีได้ไหม
ได้ กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องเปลี่ยนผู้ทำบัญชีในช่วงไหนของปี ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนเป็น "ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี" ส่วนบุคคลที่รับผิดชอบทำบัญชีให้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานของกิจการเองหรือผู้ทำบัญชีของสำนักงานบัญชีที่จ้าง เป็น "ผู้ทำบัญชี" หน้าที่ที่ติดตัวกิจการไม่ได้เปลี่ยนไปเมื่อเปลี่ยนสำนักงาน ได้แก่
- จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด และควบคุมดูแลผู้ทำบัญชีให้จัดทำบัญชีให้ตรงต่อความเป็นจริงและถูกต้องตามกฎหมาย (มาตรา 19)
- ส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้ผู้ทำบัญชีอย่างถูกต้องครบถ้วน (มาตรา 12)
- เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี (มาตรา 13–14)
แปลว่าตอนเปลี่ยนสำนักงาน ไม่ควรมีช่วงที่ "ไม่มีใครดูแลบัญชี" และเอกสารทุกชิ้นต้องกลับมาอยู่ในความดูแลของกิจการหรือส่งต่อถึงผู้ทำบัญชีคนใหม่ครบ
ควรเปลี่ยนช่วงไหนดีที่สุด
| ช่วงที่ย้าย | ข้อดี | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| ต้นรอบบัญชี (เช่น ม.ค. สำหรับกิจการที่ปิดบัญชี 31 ธ.ค.) | ตัดงานง่าย ปีใหม่เริ่มกับสำนักงานใหม่ทั้งปี | ต้องตกลงให้ชัดว่างบปีที่เพิ่งจบใครเป็นคนปิดและส่ง เพราะงานปิดงบยังเกิดหลังสิ้นปี |
| ระหว่างปี | แก้ปัญหาได้ทันที ไม่ต้องรอสิ้นปี | สำนักงานใหม่ต้องรับข้อมูลครึ่งปีแรก และตรวจว่าบันทึกบัญชีกับแบบภาษีที่ยื่นไปแล้วตรงกัน |
| ก่อนปิดงบสิ้นปี (ราว ต.ค.–ธ.ค.) | สำนักงานใหม่มีเวลาตรวจงานทั้งปี กระทบยอดและแก้ไขก่อนปิดงบ | ต้องเร่งส่งมอบเอกสารให้ครบก่อนสิ้นปี |
| หลังสิ้นปี แต่ยังไม่ปิดงบ | ให้สำนักงานใหม่ปิดงบทั้งปีได้ | เวลาเหลือน้อย งบต้องทันกำหนดส่ง (บริษัทต้องประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบภายใน 4 เดือนนับแต่วันปิดบัญชี) |
ช่วงที่คนเปลี่ยนสำนักงานบัญชีมากที่สุดคือก่อนปิดงบสิ้นปี เพราะถ้ามีจุดที่ต้องแก้ เช่น ยอดเงินฝากธนาคารไม่ตรง ลูกหนี้ค้างนาน หรือยอดขายในงบไม่ตรงกับ ภ.พ.30 ยังแก้ได้ทันก่อนส่งงบ
เช็กลิสต์ส่งมอบงานเมื่อเปลี่ยนสำนักงานบัญชี
1. แจ้งสำนักงานเดิมตามเงื่อนไขในสัญญา
เปิดสัญญาจ้างหรือข้อตกลงเดิมดูก่อนว่ากำหนดเรื่องการบอกเลิกไว้อย่างไร เช่น ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน ค่าบริการเดือนสุดท้ายคิดอย่างไร และการคืนเอกสารทำอย่างไร แล้วแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร (อีเมลหรือข้อความที่มีหลักฐาน) พร้อมขอบคุณงานที่ผ่านมา การสื่อสารที่สุภาพและชัดเจนช่วยให้การส่งมอบงานราบรื่นที่สุด
ถ้ายังมีค่าบริการค้างชำระ ควรเคลียร์ให้เรียบร้อยตามสัญญา เพื่อไม่ให้เป็นเหตุให้การส่งมอบเอกสารล่าช้า
2. ตกลง "เดือนตัดยอด" ให้ชัด
นี่คือจุดที่พลาดบ่อยที่สุด แบบภาษีรายเดือนยื่นในเดือนถัดไป เช่น ภ.พ.30 และ ภ.ง.ด.1/3/53 ของเดือนตุลาคม ยื่นในเดือนพฤศจิกายน ถ้าไม่ตกลงกันให้ชัด อาจเกิดกรณีที่ต่างฝ่ายต่างคิดว่าอีกฝ่ายยื่นแล้ว
ให้เขียนไว้ให้ชัด เช่น
- สำนักงานเดิม: บันทึกบัญชีและยื่นแบบภาษีรายเดือนถึงงวดเดือนกันยายน
- สำนักงานใหม่: เริ่มตั้งแต่งวดเดือนตุลาคม (ยื่นในเดือนพฤศจิกายน)
- ระบุด้วยว่าแบบรายครึ่งปีหรือรายปีที่คาบเกี่ยว เช่น ภ.ง.ด.51 หรือ ภ.ง.ด.1ก ใครเป็นคนยื่น
- ระบุว่างบการเงินของปีนี้ใครเป็นผู้ปิด โดยทั่วไปถ้าย้ายระหว่างปี สำนักงานใหม่จะเป็นผู้ปิดงบทั้งปี โดยใช้ข้อมูลช่วงต้นปีที่ได้รับมอบ
3. ขอรับเอกสารและไฟล์บัญชีคืนให้ครบ
เอกสารบัญชีเป็นของกิจการ และกิจการมีหน้าที่เก็บรักษาตามกฎหมาย รายการที่ควรได้รับคืนหรือขอสำเนา มีดังนี้
เอกสารประกอบการลงบัญชี
- ใบกำกับภาษีขายและซื้อ ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบสำคัญจ่าย
- Statement ธนาคารทุกบัญชีของกิจการ
- สัญญาเช่า สัญญาเงินกู้ และเอกสารซื้อทรัพย์สิน
บัญชีและรายงาน (ของปีปัจจุบันจนถึงเดือนตัดยอด)
- สมุดรายวัน บัญชีแยกประเภท และงบทดลอง
- ทะเบียนทรัพย์สินและตารางค่าเสื่อมราคา
- รายละเอียดลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสต็อกสินค้า (ถ้ามี)
- รายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ (ถ้าจด VAT) และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ (ถ้าจด VAT และขายสินค้า)
- ไฟล์ข้อมูลจากโปรแกรมบัญชี ถ้าโปรแกรมต่างกัน ให้ขอเป็นไฟล์ที่เปิดได้ทั่วไป เช่น Excel หรือ PDF ของงบทดลองและบัญชีแยกประเภท
เอกสารของปีก่อน ๆ
- งบการเงินที่ส่งแล้วพร้อมรายงานผู้สอบบัญชี และแบบ ส.บช.3
- ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ที่ยื่นแล้ว
- รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) สำหรับบริษัทจำกัด
เอกสารนิติบุคคล
- หนังสือรับรองบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ
- ภ.พ.20 (ถ้าจด VAT) และเอกสารขึ้นทะเบียนนายจ้างกับประกันสังคม (ถ้ามีลูกจ้าง)
ทำใบรับ-ส่งเอกสารไว้ทุกครั้งที่รับคืน ระบุว่ารับอะไร ของงวดไหน กี่แฟ้ม ลงชื่อทั้งสองฝ่าย ถ้าภายหลังพบว่าเอกสารบางส่วนสูญหายหรือเสียหายจริง พระราชบัญญัติการบัญชีกำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบถึงการสูญหายหรือเสียหาย (มาตรา 15) ปัจจุบันแจ้งทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ จึงควรรีบปรึกษาผู้ทำบัญชีคนใหม่ทันที
4. รวบรวมแบบภาษีที่ยื่นแล้ว พร้อมหลักฐานการชำระ
สำนักงานใหม่ต้องรู้ว่ายื่นอะไรไปแล้วบ้าง เพื่อไม่ให้ยื่นซ้ำหรือตกหล่น และใช้กระทบยอดกับบัญชี ควรรวบรวมของปีปัจจุบันทุกเดือนจนถึงเดือนตัดยอด
| แบบ | ใช้กับ | สิ่งที่ต้องมี |
|---|---|---|
| ภ.พ.30 | กิจการที่จด VAT | แบบที่ยื่นทุกเดือน + ใบเสร็จรับเงิน/หลักฐานการชำระ |
| ภ.พ.36 | กิจการที่จ่ายค่าบริการให้ผู้ให้บริการต่างประเทศในกรณีที่ต้องนำส่ง | แบบที่ยื่น + หลักฐานการชำระ |
| ภ.ง.ด.1 / 3 / 53 / 54 | เดือนที่มีการจ่ายเงินที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย | แบบที่ยื่น + หลักฐานการชำระ |
| ภ.ง.ด.51 | บริษัทและห้างหุ้นส่วน (ภาษีครึ่งปี) | แบบที่ยื่น + หลักฐานการชำระ |
| ภ.ง.ด.50 | ปีก่อน | แบบที่ยื่น + งบการเงินที่แนบ |
| สปส.1-10 | กิจการที่มีลูกจ้าง | แบบนำส่งเงินสมทบรายเดือน + หลักฐานการชำระ |
ถ้าแบบภาษียื่นทางอินเทอร์เน็ต เจ้าของกิจการเข้าระบบเพื่อตรวจประวัติการยื่นแบบและพิมพ์แบบหรือใบเสร็จย้อนหลังได้เอง ซึ่งเป็นวิธีตรวจที่ดีที่สุดว่าทุกเดือนยื่นครบจริง ถ้าพบเดือนที่ยังไม่ได้ยื่น ให้รีบยื่นก่อน เพราะเงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และค่าปรับเรียกเก็บจากกิจการ แม้ผู้ที่รับจ้างยื่นแทนจะเป็นคนลืมก็ตาม
5. เจ้าของกิจการเปลี่ยนรหัสผ่านระบบราชการด้วยตัวเอง
รหัสเข้าระบบราชการเป็นของกิจการ ไม่ใช่ของสำนักงานบัญชี เมื่อเปลี่ยนสำนักงานเจ้าของกิจการหรือกรรมการควรเปลี่ยนรหัสผ่านเอง ระบบที่ควรตรวจมีดังนี้
- DBD e-Filing (ส่งงบการเงินและ บอจ.5 ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)
- ระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร (ยื่น ภ.พ.30 ภ.ง.ด. ต่าง ๆ และ ภ.ง.ด.50)
- e-Service ของสำนักงานประกันสังคม (ถ้ามีลูกจ้าง)
- ระบบอื่นที่สำนักงานเดิมเคยเข้าใช้แทน เช่น อีเมลที่ใช้รับรหัสจากหน่วยงาน หรือบริการธนาคารออนไลน์ที่ใช้ชำระภาษี
ขั้นตอนที่แนะนำ
- ขอรายชื่อระบบทั้งหมดที่สำนักงานเดิมใช้ยื่นแทน
- เจ้าของกิจการเข้าระบบแล้วเปลี่ยนรหัสผ่าน และตรวจว่าอีเมลหรือเบอร์โทรที่ผูกกับบัญชีเป็นของกิจการ ไม่ใช่ของพนักงานในสำนักงานเดิม
- ส่งรหัสให้สำนักงานใหม่เฉพาะระบบที่ต้องใช้ ผ่านช่องทางที่ปลอดภัย และจดไว้ว่าให้ใครไปบ้าง
ถ้าเข้าระบบไม่ได้หรือจำรหัสไม่ได้ ให้ใช้เมนูลืมรหัสผ่านของระบบนั้น หรือติดต่อหน่วยงานโดยตรง เจ้าของกิจการไม่ควรต้องพึ่งรหัสที่อยู่กับคนอื่นตลอดไป
6. ผู้ทำบัญชีคนใหม่แจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ผู้ทำบัญชีต้องแจ้งรายชื่อกิจการที่ตนรับทำบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มทำบัญชี เจ้าของกิจการตรวจได้ว่ากิจการของตนมีผู้ทำบัญชีแจ้งไว้แล้วหรือไม่ ผ่านระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) เมนู "ค้นหาผู้ทำบัญชีของนิติบุคคล" บนเว็บไซต์ www.dbd.go.th ถ้าไม่พบชื่อ ให้ติดตามให้ผู้ทำบัญชีแจ้งให้เรียบร้อยก่อนถึงช่วงส่งงบการเงิน ส่วนผู้ทำบัญชีคนเดิมก็มีหน้าที่แจ้งยกเลิกการทำบัญชีของกิจการผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเช่นกัน ถ้าตรวจแล้วยังพบชื่อผู้ทำบัญชีคนเดิมค้างอยู่ ให้แจ้งให้ผู้ทำบัญชีคนเดิมดำเนินการ
เรื่องนี้สำคัญตอนส่งงบ เพราะแบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ต้องระบุชื่อผู้ทำบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าแนะนำให้ตรวจก่อนส่งงบว่าผู้ทำบัญชีที่จะระบุคือคนที่ทำบัญชีของกิจการจริง มีสถานะ "คงอยู่" และได้แจ้งยืนยันการทำบัญชีของกิจการแล้ว ถ้ายังไม่ได้แจ้งยืนยัน ระบบ DBD e-Filing จะขึ้นข้อความเตือน และกรมฯ เตือนว่าห้ามแอบอ้างใส่ชื่อผู้ทำบัญชีที่ไม่ได้ปฏิบัติงานจริง ถ้าสถานะไม่ถูกต้อง ให้แจ้งผู้ทำบัญชีแก้ไขก่อน
เรื่องที่ต้องคิดเพิ่ม ถ้าใช้ที่อยู่ของสำนักงานเดิมเป็นที่ตั้งกิจการ
บางกิจการจดทะเบียนโดยใช้ที่อยู่ของสำนักงานบัญชีเดิมเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ถ้าจะย้ายที่ตั้งด้วย กรณีนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผู้ทำบัญชี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงรายการจดทะเบียนด้วย
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสำนักงาน ตามข่าวของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2569 คำขอจดทะเบียนทุกประเภทต้องยื่นออนไลน์ผ่านระบบ DBD Biz Regist
- กรมสรรพากร: ถ้าจด VAT ต้องแจ้งย้ายสถานประกอบการตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนด
- ประกันสังคม: ถ้ามีลูกจ้าง ต้องแจ้งเปลี่ยนที่ตั้งสถานประกอบการด้วย
ถ้าที่ตั้งกิจการไม่เปลี่ยน การเปลี่ยนสำนักงานบัญชีอย่างเดียวไม่ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
สำนักงานใหม่ควรทำอะไรในเดือนแรก
เมื่อรับเอกสารครบแล้ว สำนักงานใหม่ที่ทำงานเป็นระบบจะเริ่มจาก
- ตรวจยอดยกมา เทียบงบทดลองล่าสุดกับงบการเงินปีก่อนที่ส่งแล้ว
- กระทบยอดเงินฝากธนาคาร ทุกบัญชีถึงเดือนตัดยอด
- กระทบยอดภาษี เช่น ยอดขายและภาษีขายในบัญชีกับ ภ.พ.30 ที่ยื่นแล้ว และยอดหัก ณ ที่จ่ายกับแบบ ภ.ง.ด. ที่ยื่นแล้ว
- ทำรายการสิ่งที่ยังขาด แล้วแจ้งเจ้าของกิจการเป็นลายลักษณ์อักษร
- วางปฏิทินงาน วันส่งเอกสาร วันยื่นแบบ และวันครบกำหนดปิดงบของปีนี้
ถ้าพบจุดที่ต้องแก้ เช่น บันทึกบัญชีไม่ครบหรือยื่นแบบเดือนไหนผิด การรู้ตั้งแต่เดือนแรกดีกว่ามาเจอตอนปิดงบ
ข้อควรระวังตอนเปลี่ยนสำนักงาน
- อย่าเลิกจ้างก่อนมีคนรับช่วง ถ้าช่วงรอยต่อไม่มีใครดูแล แบบภาษีรายเดือนอาจตกหล่น
- อย่ารอเอกสารไว้จนถึงสิ้นปี ยิ่งใกล้กำหนดปิดงบ ยิ่งมีเวลาแก้ไขน้อย
- อย่าให้รหัสผ่านค้างอยู่กับหลายฝ่าย เปลี่ยนทันทีที่ส่งมอบงานเสร็จ
- เก็บหลักฐานการส่งมอบไว้ ใบรับ-ส่งเอกสาร อีเมลยืนยันเดือนตัดยอด และรายชื่อระบบที่เปลี่ยนรหัสแล้ว
- สื่อสารกับสำนักงานเดิมอย่างสุภาพ ส่วนใหญ่สำนักงานบัญชีพร้อมส่งมอบงานให้ลูกค้าที่จะย้ายอยู่แล้ว ความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายทำให้งานต่อเนื่องที่สุด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปีได้ไหม?
A: ได้ กฎหมายไม่ได้กำหนดช่วงเวลา แต่ต้องตกลงเดือนตัดยอดให้ชัดว่าแบบภาษีเดือนไหนใครยื่น และสำนักงานใหม่ต้องได้รับข้อมูลบัญชีตั้งแต่ต้นปีเพื่อปิดงบทั้งปี
Q: เปลี่ยนสำนักงานบัญชีต้องแจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไหม?
A: ผู้ทำบัญชีคนใหม่ต้องแจ้งรายชื่อกิจการที่รับทำบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มทำบัญชี เจ้าของกิจการตรวจได้ผ่านระบบงานผู้ทำบัญชี (e-Accountant) เมนู "ค้นหาผู้ทำบัญชีของนิติบุคคล" บนเว็บไซต์ www.dbd.go.th ส่วนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่ DBD Biz Regist ไม่ต้องทำ ยกเว้นจะย้ายที่ตั้งกิจการด้วย
Q: สำนักงานบัญชีเดิมยังไม่ส่งเอกสารคืน ทำอย่างไร?
A: แจ้งขอรับเอกสารคืนเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุรายการและวันที่ต้องการ และดูเงื่อนไขในสัญญาจ้าง เพราะเอกสารบัญชีเป็นของกิจการ และกิจการมีหน้าที่เก็บรักษาตามกฎหมาย ระหว่างรอ ให้เริ่มจากสิ่งที่ขอได้เอง เช่น Statement ธนาคาร และประวัติการยื่นแบบในระบบออนไลน์ของหน่วยงาน
Q: รหัส DBD e-Filing และ e-Filing สรรพากร เป็นของใคร?
A: เป็นของกิจการ เจ้าของกิจการหรือกรรมการควรเปลี่ยนรหัสผ่านเองเมื่อเปลี่ยนสำนักงาน ตรวจว่าอีเมลและเบอร์ที่ผูกไว้เป็นของกิจการ แล้วจึงให้รหัสกับสำนักงานใหม่เฉพาะระบบที่ต้องใช้
Q: ถ้าย้ายช่วงปลายปี งบปีนี้ใครเป็นคนปิด?
A: ขึ้นกับที่ตกลงกัน โดยทั่วไปสำนักงานใหม่จะปิดงบทั้งปีโดยใช้ข้อมูลช่วงต้นปีที่ได้รับมอบ ควรเขียนให้ชัดตั้งแต่ตอนตกลงเดือนตัดยอด และตรวจว่าผู้ทำบัญชีที่จะระบุในแบบ ส.บช.3 คือคนที่ทำบัญชีจริง
Q: เอกสารบางส่วนหายระหว่างย้าย ต้องทำอย่างไร?
A: พระราชบัญญัติการบัญชีกำหนดให้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีแจ้งต่อสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบว่าบัญชีหรือเอกสารสูญหายหรือเสียหาย (มาตรา 15) ควรรีบปรึกษาผู้ทำบัญชีคนใหม่ และหาเอกสารทดแทน เช่น ขอให้ผู้ขายออกใบแทนใบกำกับภาษี (กรณีใบกำกับภาษีสูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ) และขอ Statement ธนาคารย้อนหลัง
Q: ต้องเก็บเอกสารบัญชีไว้นานแค่ไหน?
A: ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 แม้จะเปลี่ยนสำนักงานบัญชีแล้ว หน้าที่นี้ก็ยังเป็นของกิจการ
สรุป
การเปลี่ยนสำนักงานบัญชีไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าทำเป็นลำดับ แจ้งสำนักงานเดิมตามสัญญา ตกลงเดือนตัดยอด รับเอกสารและไฟล์บัญชีคืนให้ครบ รวบรวมแบบภาษีที่ยื่นแล้ว เปลี่ยนรหัสผ่านระบบราชการด้วยตัวเอง และให้ผู้ทำบัญชีคนใหม่แจ้งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าภายใน 30 วัน ช่วงที่เหมาะที่สุดคือก่อนปิดงบสิ้นปี เพราะยังมีเวลาตรวจและแก้ไขก่อนส่งงบ
ถ้าคุณกำลังคิดจะย้ายสำนักงานบัญชี ทีมงานบริษัท พีพลัส การบัญชี จำกัด ช่วยทำรายการเอกสารที่ต้องขอคืน ตรวจแบบภาษีที่ยื่นแล้ว รับช่วงทำบัญชีรายเดือน และปิดงบการเงินประจำปีต่อได้ ลูกค้าใหม่ทุกรายเราเข้าพบถึงสถานประกอบการทั่วประเทศ เพื่ออธิบายพื้นฐานภาษีที่เจ้าของกิจการต้องรู้ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ส่งรายละเอียดมาทาง LINE ได้เลย
แหล่งอ้างอิง:
• พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 (มาตรา 4, 8, 12, 13, 14, 15, 19, 20)
• ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี
• กรมพัฒนาธุรกิจการค้า — www.dbd.go.th (ระบบผู้ทำบัญชี e-Accountant, DBD e-Filing)
• กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, คู่มือสิ่งที่ต้องรู้ & ทำ เมื่อเป็นห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด (พฤศจิกายน 2568) — www.dbd.go.th
• ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีในการ…แจ้งบัญชีหรือเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีสูญหายและเสียหาย… ทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Permit) พ.ศ. 2561
• ข่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องแนะนิติบุคคลเช็กผู้ทำบัญชีมีสถานะ "คงอยู่" ก่อนยื่นงบการเงิน (24 ก.พ. 2569)
• ข่าวกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ฉบับที่ 376 (30 ก.ย. 2569) เรื่องยื่นคำขอจดทะเบียนออนไลน์ผ่าน DBD Biz Regist
• ประมวลรัษฎากร มาตรา 86/12 (ใบแทนใบกำกับภาษี) — www.rd.go.th
• กรมสรรพากร — www.rd.go.th (ระบบยื่นแบบและชำระภาษีทางอินเทอร์เน็ต)
• สำนักงานประกันสังคม — www.sso.go.th (ระบบ e-Service สำหรับนายจ้าง)




