หน้าแรก เกี่ยวกับเรา แพ็กเกจ บทความ ติดต่อเรา โทร 098-1498987
ธุรกิจ

กท.20ก คืออะไร ยื่นเมื่อไหร่ จ่ายเท่าไหร่

กท.20ก แบบแสดงเงินค่าจ้างประจำปีกองทุนเงินทดแทน ค่าจ้างปี 2569 ยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570

ทุกต้นปี นายจ้างหลายรายได้รับเอกสารจากสำนักงานประกันสังคมที่ขึ้นต้นด้วย "กท." หลายใบ แล้วไม่แน่ใจว่าใบไหนต้องจ่าย ใบไหนต้องกรอก ใบสำคัญที่สุดคือ กท.20ก ซึ่งเป็นแบบรายงานค่าจ้างที่จ่ายจริงทั้งปีให้กองทุนเงินทดแทน ถ้าไม่ยื่นหรือยื่นตัวเลขผิด เงินสมทบที่จ่ายไว้ต้นปีจะไม่ได้ปรับยอดตามรอบปกติ ถ้าต้องจ่ายเพิ่มอาจเสียเงินเพิ่ม และอาจถูกเรียกตรวจบัญชีค่าจ้างภายหลัง บทความนี้สรุปแบบเข้าใจง่ายว่า กท.20ก คืออะไร ค่าจ้างปี 2569 ต้องยื่นเมื่อไร คิดเงินสมทบอย่างไร และถ้าต้องจ่ายเพิ่มหรือได้เงินคืน ต้องทำอะไรต่อ

สรุปเร็ว: กท.20ก คือ "แบบแสดงเงินค่าจ้างประจำปี" ของกองทุนเงินทดแทน ซึ่งเป็นกองทุนที่นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว เพื่อคุ้มครองลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน นายจ้างต้องรายงานค่าจ้างที่จ่ายจริงให้ลูกจ้างทุกคนตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 31 ธ.ค. พร้อมจำนวนลูกจ้าง ณ 31 ธ.ค. ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ดังนั้นค่าจ้างปี 2569 ต้องยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ยื่นผ่านระบบ e-Wage บนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือยื่นแบบที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ก็ได้ เงินสมทบคิดจากค่าจ้างทั้งปีคนละไม่เกิน 240,000 บาท คูณอัตราตามประเภทกิจการ 0.2–1.0% ถ้าค่าจ้างจริงสูงกว่าที่ประเมินไว้ต้นปี ต้องจ่ายส่วนต่างภายใน 31 มีนาคม ถ้าต่ำกว่า สำนักงานจะตรวจสอบแล้วคืนเงินหรือนำไปหักครั้งถัดไป จ่ายช้าเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน แต่รวมแล้วไม่เกินจำนวนเงินสมทบ (พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 46)

กท.20ก คืออะไร เกี่ยวกับกองทุนเงินทดแทนอย่างไร

นายจ้างที่มีลูกจ้างต้องจ่ายเงินเข้า 2 กองทุนแยกกัน

กองทุนประกันสังคมกองทุนเงินทดแทน
ใครจ่ายนายจ้างและลูกจ้างฝ่ายละ 5%นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว ห้ามหักจากค่าจ้างลูกจ้าง
คุ้มครองอะไรเจ็บป่วยทั่วไป คลอดบุตร ว่างงาน ชราภาพ ฯลฯประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน
จ่ายเมื่อไรทุกเดือน (สปส.1-10)ปีละครั้ง ตามใบประเมินต้นปี แล้วปรับยอดตามค่าจ้างจริง
ฐานค่าจ้าง1,650–17,500 บาทต่อเดือน (ปี 2569–2571)คนละไม่เกิน 240,000 บาทต่อปี

เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนที่จ่ายตอนต้นปีเป็นยอดประมาณการ เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่าทั้งปีจะจ่ายค่าจ้างเท่าไร สำนักงานประกันสังคมจึงให้นายจ้างรายงานค่าจ้างที่จ่ายจริงเมื่อจบปี ด้วยแบบ กท.20ก (แบบแสดงเงินค่าจ้างประจำปี) แล้วนำตัวเลขนี้มาเทียบกับยอดที่จ่ายไปแล้ว เพื่อเรียกเก็บเพิ่มหรือคืนส่วนที่เกิน

สิ่งที่ต้องกรอกใน กท.20ก มี 2 อย่างหลัก

  1. ค่าจ้างที่จ่ายจริงของลูกจ้างทุกคน ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคมของปีที่รายงาน (นับเฉพาะส่วนที่ไม่เกินเพดาน 240,000 บาทต่อคนต่อปี ดูหัวข้อเพดานค่าจ้างด้านล่าง)
  2. จำนวนลูกจ้าง ณ วันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่รายงาน

ถ้ากิจการเป็นบริษัทหรือนายจ้างเอกชนที่มีหลายสาขา คู่มือนายจ้างของสำนักงานประกันสังคมระบุให้รายงานรวมกับสำนักงานใหญ่

เอกสาร "กท." ที่นายจ้างจะเจอในหนึ่งปี

เอกสารคืออะไรกำหนดจ่าย / ยื่น
กท.26ก ใบแจ้งการประเมินเงินสมทบประจำปียอดเงินสมทบประมาณการของปีนั้น (สำนักงานส่งให้ช่วงเดือนธันวาคม)จ่ายภายใน 31 มกราคม
กท.20ก แบบแสดงเงินค่าจ้างประจำปีนายจ้างรายงานค่าจ้างจริงของปีที่ผ่านมายื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์
กท.25ค ใบแจ้งเงินสมทบจากการรายงานค่าจ้างส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่ม เมื่อค่าจ้างจริงสูงกว่ายอดประเมินจ่ายภายใน 31 มีนาคม
กท.25ก ใบแจ้งเงินสมทบจากการตรวจบัญชีผลตรวจบัญชีค่าจ้าง อาจเรียกเก็บเพิ่มหรือคืนเงินภายใน 30 วันนับจากวันออกใบแจ้ง (ถ้าไม่รายงานค่าจ้างหรือรายงานเกินกำหนด ให้จ่ายภายใน 31 มีนาคม)

กิจการที่ขออนุมัติจ่ายเป็นงวด (แบบ กท.36) จะใช้ใบแจ้งเงินสมทบประจำงวด (กท.26ข) ปีละ 4 งวด แทนการจ่ายครั้งเดียว ซึ่งกิจการ SME ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้

ปีแรกที่เพิ่งมีลูกจ้าง ยังไม่มี กท.26ก กฎหมายให้นายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้างและจ่ายเงินสมทบภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบ ตามใบประเมินที่ได้รับตอนขึ้นทะเบียน (พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 44) แล้วรายงานค่าจ้างจริงของปีนั้นด้วย กท.20ก ในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไปเหมือนนายจ้างรายอื่น

ปฏิทินกองทุนเงินทดแทนต้นปี 2570 จ่ายเงินสมทบประจำปีตาม กท.26ก ภายใน 31 มกราคม ยื่น กท.20ก รายงานค่าจ้างจริงปี 2569 ภายในเดือนกุมภาพันธ์ และจ่ายส่วนต่างตาม กท.25ค ภายใน 31 มีนาคม 2570

ค่าจ้างปี 2569 ยื่น กท.20ก ภายในวันไหน

ค่าจ้างที่จ่ายในปี 2569 (1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2569) ต้องรายงานด้วย กท.20ก ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ช่วงต้นปี 2570 นายจ้างจึงมีงานกองทุนเงินทดแทน 3 เรื่องติดกัน

ภายในทำอะไรเป็นเงินของปีไหน
31 ม.ค. 2570จ่ายเงินสมทบตาม กท.26กยอดประมาณการของปี 2570
ก.พ. 2570ยื่น กท.20ก รายงานค่าจ้างจริงค่าจ้างปี 2569
31 มี.ค. 2570จ่ายส่วนต่างตาม กท.25ค (ถ้ามี)ส่วนที่ขาดของปี 2569

ปี 2570 วันที่ 31 มกราคม และ 28 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันอาทิตย์ทั้งคู่ จึงไม่ควรรอวันสุดท้าย ควรจ่ายเงินสมทบตาม กท.26ก ให้เสร็จภายในวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2570 และยื่น กท.20ก ให้เสร็จภายในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2570

ช่องทางยื่น กท.20ก

  1. ยื่นทางออนไลน์ผ่านระบบ e-Wage บนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม (www.sso.go.th) ต้องมีชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านสำหรับทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ตของสถานประกอบการก่อน เมื่อรายงานผ่าน e-Wage และยืนยันข้อมูลแล้ว ไม่ต้องส่งแบบ กท.20ก ที่เป็นกระดาษซ้ำ
  2. ยื่นแบบ กท.20ก ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ จังหวัด หรือสาขาที่รับผิดชอบ หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

ข้อควรระวังของ e-Wage คือ ถ้ายืนยันข้อมูลไปแล้วจะแก้ในระบบเองไม่ได้ ถ้ากรอกผิด ต้องทำหนังสือพร้อมหลักฐานการจ่ายค่าจ้างไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมที่รับผิดชอบเพื่อขอให้ประเมินใหม่ จึงควรตรวจยอดกับรายงานเงินเดือนทั้งปีให้ตรงก่อนกดยืนยัน (สำนักงานประกันสังคมปรับระบบงานใหม่ตั้งแต่ปลายปี 2568 ชื่อเมนูอาจเปลี่ยนไป ถ้าหาไม่เจอให้สอบถามสายด่วน 1506)

เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนคิดอย่างไร

สูตร: ค่าจ้างที่จ่ายจริงทั้งปีของลูกจ้างทุกคน (คนละไม่เกิน 240,000 บาท) × อัตราเงินสมทบของประเภทกิจการ

อัตราเงินสมทบตามประเภทกิจการ

  • อัตราเงินสมทบหลัก อยู่ระหว่าง 0.2–1.0% ของค่าจ้าง ขึ้นกับความเสี่ยงของงาน ตามตารางท้ายประกาศกระทรวงแรงงาน ตัวอย่างในคู่มือของสำนักงานประกันสังคม เช่น กิจการขายอาหาร 0.2% และกิจการก่อสร้าง 1.0% อัตราของกิจการคุณระบุอยู่ในใบประเมินที่ได้รับตอนขึ้นทะเบียนและใน กท.26ก และตรวจได้ในระบบ e-Rate ของสำนักงานประกันสังคม
  • 4 ปีปฏิทินแรก ใช้อัตราหลักตามประเภทกิจการ
  • ตั้งแต่ปีที่ 5 อัตราอาจลดลงหรือเพิ่มขึ้นจากอัตราหลัก ตามอัตราส่วนการสูญเสียของนายจ้างแต่ละราย (เทียบเงินทดแทนที่กองทุนจ่ายให้ลูกจ้างของกิจการกับเงินสมทบที่กิจการจ่าย) เรียกว่าอัตราตามค่าประสบการณ์ กิจการที่ลูกจ้างประสบอันตรายน้อยจึงจ่ายน้อยลง ส่วนกิจการที่มีการเบิกเงินทดแทนมากอาจถูกปรับเพิ่ม กฎหมายให้อำนาจกระทรวงแรงงานกำหนดหลักเกณฑ์นี้ (พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 45 วรรคสาม)

เพดานค่าจ้าง 240,000 บาทต่อคนต่อปี

ลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างทั้งปีเกิน 240,000 บาท ให้นำมาคิดแค่ 240,000 บาท (ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ณ ปี 2569) คู่มือนายจ้างของสำนักงานประกันสังคมเขียนเพดานนี้ว่าคนละไม่เกินเดือนละ 20,000 บาท และไม่เกินปีละ 240,000 บาท ถ้าลูกจ้างได้ค่าจ้างเท่ากันทุกเดือนตลอดปี ผลเท่ากัน แต่ถ้ามีบางเดือนได้ค่าจ้างเกิน 20,000 บาท หรือลูกจ้างเข้าทำงานไม่ครบปี ให้สอบถามสายด่วน 1506 ก่อนกรอกว่าต้องตัดเพดานรายเดือนด้วยหรือไม่ เพดานนี้เป็นของกองทุนเงินทดแทน แยกจากเพดาน 17,500 บาทต่อเดือนของกองทุนประกันสังคม อย่านำมาปนกัน

ค่าจ้างอะไรต้องรวม อะไรไม่ต้องรวม

ต้องรวม: พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 5 ให้ "ค่าจ้าง" หมายถึงเงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ ไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลาหรือตามผลงาน รวมทั้งเงินที่จ่ายในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงาน ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร เช่น เงินเดือน ค่าจ้างรายวัน และค่าจ้างตามชิ้นงาน

ไม่ต้องรวม: ส่วนที่เกินเพดาน เช่น ลูกจ้างได้ทั้งปี 360,000 บาท ให้รายงานเพียง 240,000 บาท

ต้องตรวจสอบก่อน: เงินที่ไม่ได้จ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ อาจไม่เข้านิยามค่าจ้างตามมาตรา 5 แต่สำนักงานประกันสังคมยังไม่ได้เผยแพร่รายการที่ชัดเจนว่าเงินประเภทใดไม่ต้องนำมารวม ถ้ากิจการจ่ายเงินอื่นนอกจากเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำ เช่น ค่าล่วงเวลา โบนัส เบี้ยเลี้ยง หรือสวัสดิการต่าง ๆ อย่าตัดออกเอง ให้สอบถามสำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือสายด่วน 1506 ก่อนกรอก กท.20ก

ข้อควรรู้: นิยาม "ค่าจ้าง" ของกองทุนเงินทดแทนอยู่ในกฎหมายคนละฉบับกับกองทุนประกันสังคม การใช้ยอดค่าจ้างจาก สปส.1-10 รายเดือนมารวมเป็นยอดทั้งปีจึงสะดวกก็จริง แต่ต้องปรับเพดานให้เป็น 240,000 บาทต่อปีก่อน ไม่ใช่ใช้ยอดที่ตัดเพดาน 17,500 บาทต่อเดือน

จ่ายเพิ่มหรือได้เงินคืน ปรับยอดอย่างไร

หลังยื่น กท.20ก สำนักงานประกันสังคมจะนำค่าจ้างจริงไปเทียบกับยอดประเมินที่จ่ายไว้ตอนต้นปี

  • ค่าจ้างจริงสูงกว่ายอดประเมิน: สำนักงานจะออก กท.25ค แจ้งเงินสมทบที่ต้องจ่ายเพิ่ม นายจ้างต้องจ่ายภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีที่ยื่นรายงาน
  • ค่าจ้างจริงต่ำกว่ายอดประเมิน: เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารการจ่ายค่าจ้าง แล้วออก กท.25ก เพื่อแจ้งผล ถ้ามีเงินที่จ่ายเกิน สำนักงานจะแจ้งให้มารับคืน หรือนำไปหักกับเงินสมทบครั้งถัดไป ถ้านายจ้างไม่ได้ขอรับคืน ก็ไม่ต้องทำอะไร ยอดนั้นจะเก็บไว้หักครั้งถัดไป
  • ไม่เห็นด้วยกับผลประเมินหรือผลตรวจบัญชี: ยื่นหนังสือพร้อมหลักฐานการจ่ายค่าจ้างให้สำนักงานพิจารณาใหม่ หรืออุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการกองทุนเงินทดแทนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง (พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 52)

ตัวอย่าง: บริษัทมีลูกจ้าง 3 คน รายงานค่าจ้างปี 2569

สมมติบริษัทมีอัตราเงินสมทบ 0.2% (อัตราจริงให้ดูจากใบประเมินของกิจการ) และ กท.26ก ของปี 2569 ประเมินค่าจ้างไว้ 480,000 บาท บริษัทจึงจ่ายเงินสมทบไปแล้วตอนต้นปี 480,000 × 0.2% = 960 บาท

ค่าจ้างที่จ่ายจริงทั้งปี 2569

ลูกจ้างค่าจ้างต่อเดือนค่าจ้างจริงทั้งปียอดที่รายงานใน กท.20ก
ก9,000108,000108,000
ข16,000192,000192,000
ค30,000360,000240,000 (เพดาน)
รวม660,000540,000
  • เงินสมทบตามค่าจ้างจริง: 540,000 × 0.2% = 1,080 บาท
  • จ่ายไปแล้วตาม กท.26ก: 960 บาท
  • ส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มตาม กท.25ค: 120 บาท ภายใน 31 มีนาคม 2570

ถ้าจ่ายช้า: เงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้าง คือ 120 × 2% = 2.40 บาทต่อเดือน นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องจ่าย และรวมแล้วไม่เกิน 120 บาท (มาตรา 46) ยอดที่แน่นอนให้ตรวจจากใบแจ้งของสำนักงานประกันสังคม

ถ้ากลับกัน สมมติ กท.26ก ประเมินค่าจ้างไว้ 600,000 บาท (จ่ายไป 1,200 บาท) แต่ค่าจ้างจริงที่รายงานคือ 540,000 บาท (1,080 บาท) บริษัทจ่ายเกินไป 120 บาท เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารแล้วแจ้งผลด้วย กท.25ก ให้รับเงินคืนหรือเก็บไว้หักกับเงินสมทบครั้งถัดไป

ตัวอย่างนี้ยังชี้ว่า ถ้าไม่ตัดเพดาน 240,000 บาทของลูกจ้าง ค ไว้ก่อน จะรายงานค่าจ้างเป็น 660,000 บาท และจ่ายเงินสมทบเกินจริง ส่วนถ้าไปใช้ยอดจาก สปส.1-10 ที่ตัดเพดาน 17,500 บาทต่อเดือน ยอดของลูกจ้าง ค จะเหลือเพียง 210,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าที่ต้องรายงาน

ตัวอย่างคำนวณ กท.20ก ค่าจ้างจริงปี 2569 ของลูกจ้าง 3 คน รวม 660,000 บาท ใช้เพดาน 240,000 บาทต่อคน รายงาน 540,000 บาท อัตรา 0.2% เงินสมทบ 1,080 บาท จ่ายไปแล้ว 960 บาท จ่ายเพิ่ม 120 บาท ภายใน 31 มีนาคม 2570

ไม่ยื่น กท.20ก หรือจ่ายเงินสมทบช้า มีผลอย่างไร

  • เงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน: นายจ้างที่ไม่จ่ายเงินสมทบภายในกำหนด หรือจ่ายไม่ครบ ต้องจ่ายเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่ได้จ่าย นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องจ่าย แต่เงินเพิ่มรวมแล้วต้องไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่ต้องจ่าย (พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 46) ใช้ทั้งกับ กท.26ก ที่จ่ายเลย 31 มกราคม และ กท.25ค ที่จ่ายเลย 31 มีนาคม
  • ถูกตรวจบัญชีค่าจ้าง: นายจ้างที่ไม่รายงานค่าจ้าง หรือรายงานค่าจ้างต่ำกว่าที่ประเมินไว้ต้นปี เป็นกลุ่มที่สำนักงานประกันสังคมเรียกตรวจบัญชีค่าจ้าง ถ้าผลตรวจพบว่าต้องจ่ายเพิ่ม จะออก กท.25ก ให้จ่ายพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย นายจ้างที่ยื่น กท.20ก หลังเดือนกุมภาพันธ์ ต้องรอเจ้าหน้าที่ประเมินค่าจ้างและปรับยอดเงินสมทบให้ ระหว่างการตรวจ ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือเรียกให้ส่งเอกสารการจ่ายค่าจ้างแล้วนายจ้างไม่ปฏิบัติตาม มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 57 และ 63)
  • ถูกยึดทรัพย์ได้ถ้าค้างจ่าย: ถ้านายจ้างไม่จ่ายเงินสมทบหรือเงินเพิ่ม เลขาธิการมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้าง หลังจากมีหนังสือเตือนให้จ่ายภายในเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันแล้ว (พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 47)
  • โทษอาญาตามมาตรา 62: ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินสมทบ ใช้กับนายจ้างที่ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้างหรือไม่จ่ายเงินสมทบภายใน 30 วันเมื่อเริ่มมีหน้าที่ (มาตรา 44 วรรคสอง) หรือไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (มาตรา 44 วรรคสาม) มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นายจ้างที่เพิ่งมีลูกจ้างในปี 2569 และยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน จึงควรรีบขึ้นทะเบียนก่อนถึงรอบ กท.20ก

ข่าวลดเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน ปี 2570

สำนักงานประกันสังคมให้ข่าวว่าจะปรับลดเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน โดยปรับอัตราเงินสมทบหลักของ 452 รหัสกิจการ (จาก 1,091 รหัส) และเพิ่มส่วนลดสูงสุดของอัตราตามค่าประสบการณ์จาก 50% เป็น 70% มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 ข่าวระบุว่าประกาศกระทรวงแรงงาน (ฉบับที่ 2) ลงนามแล้ว แต่ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ยังไม่พบประกาศนี้ในราชกิจจานุเบกษา ระหว่างนี้ให้ใช้อัตราตามใบประเมินที่ได้รับจากสำนักงานประกันสังคมไปก่อน และการรายงานค่าจ้างปี 2569 ด้วย กท.20ก ยังต้องทำตามปกติ

ปฏิทินกองทุนเงินทดแทนของนายจ้าง

เมื่อไรงานที่ต้องทำ
ปีแรกที่มีลูกจ้างขึ้นทะเบียนนายจ้าง (สปส.1-01) และจ่ายเงินสมทบตามใบประเมินภายใน 30 วัน
ธันวาคมรอรับ กท.26ก ถ้าไม่ได้รับ ให้ติดต่อสำนักงานประกันสังคมที่รับผิดชอบ
ภายใน 31 มกราคมจ่ายเงินสมทบประจำปีตาม กท.26ก
ภายในเดือนกุมภาพันธ์ยื่น กท.20ก รายงานค่าจ้างจริงของปีที่ผ่านมา (e-Wage หรือยื่นแบบ)
ภายใน 31 มีนาคมจ่ายส่วนต่างตาม กท.25ค (ถ้ามี)
ตลอดปีเก็บรายงานเงินเดือนและหลักฐานการจ่ายค่าจ้างไว้ให้ตรวจได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: กท.20ก ยื่นเมื่อไหร่?
A: ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพื่อรายงานค่าจ้างที่จ่ายจริงของปีก่อน ค่าจ้างปี 2569 จึงต้องยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ปี 2570 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ตรงกับวันอาทิตย์ ควรยื่นให้เสร็จภายในวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2570

Q: ยื่น กท.20ก ทางออนไลน์ได้ไหม?
A: ได้ ผ่านระบบ e-Wage บนเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม เมื่อรายงานและยืนยันข้อมูลผ่าน e-Wage แล้ว ไม่ต้องส่งแบบ กท.20ก ซ้ำ แต่ยืนยันแล้วจะแก้ในระบบเองไม่ได้ จึงควรตรวจยอดให้ถูกก่อน

Q: เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนหักจากลูกจ้างได้ไหม?
A: ไม่ได้ กองทุนเงินทดแทนนายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว ต่างจากกองทุนประกันสังคมที่หักลูกจ้าง 5%

Q: อัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนเท่าไร?
A: อัตราหลักอยู่ระหว่าง 0.2–1.0% ของค่าจ้าง ตามประเภทกิจการ คิดจากค่าจ้างคนละไม่เกิน 240,000 บาทต่อปี ตั้งแต่ปีที่ 5 อัตราอาจลดหรือเพิ่มตามสถิติการประสบอันตรายของกิจการ อัตราของกิจการคุณดูได้จากใบประเมินหรือระบบ e-Rate

Q: ค่าจ้างจริงต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จะได้เงินคืนไหม?
A: ได้ สำนักงานประกันสังคมจะตรวจเอกสารการจ่ายค่าจ้าง แล้วแจ้งผลด้วย กท.25ก ให้มารับเงินส่วนที่เกินคืน หรือนำไปหักกับเงินสมทบครั้งถัดไป

Q: ลืมยื่น กท.20ก เกินเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ต้องทำอย่างไร?
A: ยื่นให้เร็วที่สุด แล้วรอเจ้าหน้าที่ประเมินค่าจ้างและปรับยอดเงินสมทบ ถ้ามีเงินสมทบที่ต้องจ่ายเพิ่มและจ่ายไม่ทันกำหนด จะเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน (รวมไม่เกินเงินสมทบ) และกิจการที่ไม่รายงานค่าจ้างอาจถูกเรียกตรวจบัญชีค่าจ้าง ซึ่งต้องส่งเอกสารตามที่เจ้าหน้าที่เรียก ยอดที่แน่นอนให้ตรวจกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือสายด่วน 1506

สรุป

กท.20ก คือการบอกสำนักงานประกันสังคมว่าปีที่ผ่านมาจ่ายค่าจ้างจริงเท่าไร เพื่อปรับเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนที่จ่ายไว้ตอนต้นปีให้ตรงกับความจริง จำง่าย ๆ เป็น 3 เดือนติดกัน คือ มกราคม จ่ายตาม กท.26ก กุมภาพันธ์ ยื่น กท.20ก และ มีนาคม จ่ายส่วนต่างตาม กท.25ค ค่าจ้างปี 2569 ต้องยื่นภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 อย่าลืมตัดเพดาน 240,000 บาทต่อคนต่อปี และอย่านำเพดาน 17,500 บาทของประกันสังคมมาใช้แทน ส่วนข่าวลดเงินสมทบปี 2570 ยังต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ถ้ามีคำถามเรื่องเอกสารกองทุนเงินทดแทนที่ได้รับ แพ็กเกจทำบัญชีรายเดือนของบริษัท พีพลัส การบัญชี จำกัด ให้คำแนะนำออนไลน์และเข้าพบได้ทุกครั้งที่ต้องการคำปรึกษา และรวมการจัดทำเอกสารขึ้นทะเบียนนายจ้าง การยื่นประกันสังคม และการแจ้งเข้า–ออกลูกจ้าง พร้อมยื่นภาษีประจำเดือน ภ.ง.ด.1 / 3 / 53 / 54 และ ภ.พ.30 / 36 ทางออนไลน์

แหล่งอ้างอิง:

• พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561) มาตรา 5 (นิยาม "ค่าจ้าง"), 44, 45, 46, 47, 52, 57, 62 และ 63

• พระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 80 ก ลงวันที่ 10 ต.ค. 2561)

• สำนักงานประกันสังคม: คู่มือนายจ้าง กองทุนเงินทดแทน (Workers' Compensation Fund Guidance for Employers, มิ.ย. 2565) — https://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/21f9d80408a598636551a7c559cd7920.pdf

• สำนักงานประกันสังคม: เงินสมทบและการชำระเงิน — www.sso.go.th

• ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ: กระบวนงาน "การชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนของนายจ้าง" (สำนักงานประกันสังคม) — https://info.go.th/procedure/94e56d2e-b3f9-4ee7-addb-c1ac930945bf/view

• สำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506

มีเอกสาร กท. จากประกันสังคม ไม่แน่ใจต้องทำอะไร ปรึกษาเราได้

แพ็กเกจ Starter 3,000 บาท/เดือน ให้คำแนะนำออนไลน์และเข้าพบได้ทุกครั้งที่ต้องการคำปรึกษา รวมจัดทำเอกสารขึ้นทะเบียนนายจ้าง ยื่นประกันสังคม และแจ้งเข้า–ออกลูกจ้าง พร้อมยื่นภาษีประจำเดือนทางออนไลน์

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อเราทาง LINE