หน้าแรก เกี่ยวกับเรา แพ็กเกจ บทความ ติดต่อเรา โทร 098-1498987
อากรแสตมป์

อากรแสตมป์สัญญาจ้าง

อากรแสตมป์สัญญาจ้าง

ครบทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับอากรแสตมป์สัญญาจ้าง ทำไมต้องติด วิธีคำนวณ ผลกระทบหากไม่ติด พร้อมอ้างอิงกฎหมาย พ.ร.บ.อากรแสตมป์ พ.ศ. 2564

สรุปเร็ว: อากรแสตมป์สัญญาจ้างเป็นภาษีตามพ.ร.บ.อากรแสตมป์ พ.ศ. 2564 จัดเก็บจากสัญญาจ้างทำของหรือสัญญาจ้างทำการ อัตรา1 บาทต่อ 1,000 บาทของค่าจ้าง ต้องชำระภายใน15 วันหลังทำสัญญา หากไม่ชำระมีโทษปรับสูงสุด 5 เท่าของอากรที่ค้าง พร้อมเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน และไม่สามารถใช้เป็นพยานในศาลได้จนกว่าจะชำระให้ถูกต้อง

อากรแสตมป์คืออะไร

อากรแสตมป์ คือ ภาษีอากรที่เรียกเก็บจากเอกสารสิทธิและนิติกรรมบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นรายได้ของรัฐ ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของ พระราชบัญญัติอากรแสตมป์ พ.ศ. 2564 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมจากฉบับเดิม พ.ศ. 2544

สัญญาจ้างเป็นหนึ่งในเอกสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ตามที่กำหนดไว้ใน มาตรา 4 และมาตรา 5 ของพระราชบัญญัติอากรแสตมป์ พ.ศ. 2564 รวมถึงตารางอัตราอากรแสตมป์ท้ายพระราชบัญญัติ

ทำไมสัญญาจ้างต้องติดอากรแสตมป์

สัญญาจ้างต้องติดอากรแสตมป์เพราะเป็นเอกสารที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ทางกฎหมายระหว่างคู่สัญญา ตามที่กำหนดไว้ใน ตารางอากรแสตมป์ ลำดับที่ 1 (16) ซึ่งระบุว่า

"สัญญาจ้างทำของหรือสัญญาจ้างแรงงานหรือสัญญาจ้างทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งมิใช่สัญญาจ้างทำงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 3 ลักษณะ 11"

การติดอากรแสตมป์เป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่คู่สัญญาต้องปฏิบัติตาม มิฉะนั้นอาจได้รับโทษตาม มาตรา 33 ของพระราชบัญญัติอากรแสตมป์ฯ

วิธีคำนวณอากรแสตมป์สัญญาจ้าง

อัตราการคำนวณอากรแสตมป์สำหรับสัญญาจ้างมีดังนี้

อัตราอากรแสตมป์

1 บาท ต่อค่าจ้างหรือค่าตอบแทนทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท

ตามที่กำหนดไว้ใน ตารางอากรแสตมป์ท้ายพระราชบัญญัติอากรแสตมป์ พ.ศ. 2564 ลำดับที่ 1 (16)

ตัวอย่างการคำนวณ

กรณีที่ 1: สัญญาจ้างมีค่าจ้างทั้งสิ้น 50,000 บาท

• 50,000 ÷ 1,000 = 50

• อากรแสตมป์ที่ต้องชำระ = 50 บาท

กรณีที่ 2: สัญญาจ้างมีค่าจ้างทั้งสิ้น 125,500 บาท

• 125,500 ÷ 1,000 = 125.5 (นับเป็น 126 เพราะมีเศษ)

• อากรแสตมป์ที่ต้องชำระ = 126 บาท

กรณีที่ 3: สัญญาจ้างมีค่าจ้าง 500 บาท

• 500 บาท (น้อยกว่า 1,000 บาท)

• อากรแสตมป์ที่ต้องชำระ = 1 บาท

หมายเหตุสำคัญ

• ฐานภาษีคือ "ค่าจ้างหรือค่าตอบแทน" ที่ระบุในสัญญา

• หากมีเศษของ 1,000 บาท ให้คิดเป็น 1 บาทเต็ม

• หากไม่ระบุจำนวนเงินในสัญญา ให้เสียอากรแสตมป์ตามที่เจ้าพนักงานประเมิน

สำคัญ! การคำนวณมูลค่าเพื่อเสียอากรแสตมป์ ไม่นำภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มารวมด้วย

ตัวอย่าง: สัญญามูลค่า 100,000 บาท มี VAT 7,000 บาท
→ คำนวณอากรแสตมป์จาก 100,000 บาท เท่านั้น (ไม่ใช่ 107,000 บาท)

วิธีการชำระอากรแสตมป์

ตาม มาตรา 10 ของพระราชบัญญัติอากรแสตมป์ พ.ศ. 2564 การชำระอากรแสตมป์สามารถทำได้โดย

• ใช้แสตมป์ปิดทับ - ซื้อแสตมป์จากกรมสรรพากรหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต แล้วนำมาติดบนสัญญา

• ชำระเงินโดยตรง - ชำระที่กรมสรรพากรหรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่

• วิธีอื่นที่อนุมัติ - เช่น การใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์

ตาม มาตรา 11 กำหนดว่า ต้องชำระอากรแสตมป์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทำเอกสารขึ้น หรือนับแต่วันที่นำเอกสารเข้ามาในราชอาณาจักร (กรณีทำที่ต่างประเทศ)

ขั้นตอนการติดอากรแสตมป์

1. ติดที่ว่างด้านบนมุมซ้ายของกระดาษเอกสาร

2. ขีดฆ่าแสตมป์ โดยลงลายเซ็นหรือเขียนชื่อข้ามดวงแสตมป์

3. ระบุวันที่ขีดฆ่าให้ชัดเจน

ใครเป็นผู้มีหน้าที่ชำระ

ตาม มาตรา 9 ของพระราชบัญญัติอากรแสตมป์ฯ ผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ คือ

• ผู้ที่ทำหรือให้ทำเอกสารขึ้น

• หากมีหลายฝ่าย รับผิดชอบร่วมกัน (ร่วมหนี้ร่วมสิน)

• คู่สัญญาสามารถตกลงกันเองว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้ชำระ หรือแบ่งกันชำระก็ได้

ผลกระทบหากไม่ติดอากรแสตมป์

1. โทษทางอาญา

ตาม มาตรา 33 ของพระราชบัญญัติอากรแสตมป์ พ.ศ. 2564 ผู้ใดจงใจไม่ชำระอากรแสตมป์ หรือชำระไม่ครบถ้วน มีความผิดต้องระวาง

• ปรับไม่เกิน 5 เท่า ของจำนวนอากรที่ต้องชำระหรือชำระไม่ครบ

• แต่ไม่น้อยกว่า 500 บาท

2. เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

นอกจากโทษทางอาญาแล้ว ตาม มาตรา 23 ยังกำหนดให้ผู้ที่ไม่ชำระอากรแสตมป์ต้อง

• ชำระเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน หรือเศษของเดือน

• คิดจากจำนวนเงินอากรที่ค้างชำระ

• เงินเพิ่มสูงสุด ไม่เกินเท่าจำนวนเงินอากรที่ค้างชำระ

3. ปัญหาในการใช้เอกสารเป็นพยานหลักฐาน

ตาม มาตรา 32 ของพระราชบัญญัติอากรแสตมป์ พ.ศ. 2564

"เอกสารใดที่ต้องเสียอากรแสตมป์แต่ยังมิได้ชำระอากรแสตมป์ ศาลหรือเจ้าพนักงานจะรับเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานมิได้ เว้นแต่จะได้ชำระอากรแสตมป์และเงินเพิ่มถูกต้องครบถ้วนแล้ว"

ความหมาย: หากต้องนำสัญญาจ้างที่ไม่ได้ติดอากรแสตมป์ไปใช้ในศาล

• ศาลจะไม่รับเป็นพยานหลักฐาน

• ต้องชำระอากรแสตมป์พร้อมเงินเพิ่มให้ครบถ้วนก่อน

• อาจส่งผลให้คดีล่าช้า หรือเสียสิทธิในการยืนยันข้อเรียกร้อง

4. ความเสี่ยงในการทำธุรกรรม

แม้สัญญาจ้างที่ไม่ติดอากรแสตมป์จะยังคงมีผลผูกพันตามกฎหมายแพ่ง แต่อาจเกิดปัญหา

• ไม่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลได้ทันที

• อาจสร้างความไม่น่าเชื่อถือในทางธุรกิจ

• เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการแก้ไข

ข้อยกเว้นและกรณีพิเศษ

สัญญาจ้างแรงงาน

ตาม ตารางอากรแสตมป์ ลำดับที่ 1 (16) ได้ระบุว่า สัญญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 11 ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์

ความหมาย: สัญญาจ้างแรงงานทั่วไปที่ลูกจ้างทำงานให้นายจ้าง (ตาม มาตรา 575-587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์

สัญญาที่ต้องเสียอากรแสตมป์ เช่น

• สัญญาจ้างทำของ (จ้างทำงานโครงการ)

• สัญญารับเหมาก่อสร้าง

• สัญญาจ้างให้บริการต่างๆ

• สัญญาจ้างที่ไม่ใช่สัญญาจ้างแรงงานทั่วไป

ซื้ออากรแสตมป์ได้ที่ไหน

ปัจจุบันอากรแสตมป์มีเพียง 3 ราคา คือ:

• 1 บาท (สีน้ำเงิน)

• 5 บาท (สีเขียว)

• 20 บาท (สีแดง)

ช่องทางการซื้อ

1. แบบเดินทาง

• สำนักงานกรมสรรพากรในอำเภอและจังหวัด

• ที่ว่าการอำเภอในบางพื้นที่

• ร้านถ่ายเอกสารและร้านเครื่องเขียนบางแห่ง

⚠️ หมายเหตุ: อากรแสตมป์ไม่มีขายที่ไปรษณีย์หรือร้านสะดวกซื้อ (7-Eleven, Family Mart)

2. แบบออนไลน์ - อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp)

• ซื้อผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร: www.rd.go.th

• คลิกเมนู "ชำระอากรแสตมป์"

• ชำระผ่านบัตรเครดิตหรือโอนเงิน

• ได้รับ QR Code หรือเลขที่อ้างอิงสำหรับแนบกับเอกสาร

3. แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

• Shopee, Lazada - มีร้านค้าจำหน่ายอากรแสตมป์ (ตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อนซื้อ)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: อากรแสตมป์และแสตมป์ไปรษณีย์ใช้แทนกันได้ไหม?
A: ใช้แทนกันไม่ได้ เพราะเป็นคนละวัตถุประสงค์

Q: ถ้าทำสัญญาในต่างประเทศต้องติดอากรแสตมป์ไหม?
A: ต้องติดภายใน 30 วัน หลังนำสัญญาเข้ามาในประเทศไทย

Q: สัญญาจ้างรับเหมาก่อสร้างต้องเสียอากรแสตมป์เท่าไหร่?
A: คำนวณตามอัตรา 1 บาทต่อ 1,000 บาทของค่าจ้าง (ไม่รวม VAT)

Q: อากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Stamp) มีผลเท่ากับแบบดวงหรือไม่?
A: มีผลเท่ากัน สามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้เหมือนกัน

สรุป

อากรแสตมป์สัญญาจ้างเป็นภาระภาษีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติตามตามพระราชบัญญัติอากรแสตมป์ พ.ศ. 2564 โดยคำนวณจากอัตรา 1 บาทต่อ 1,000 บาทของค่าจ้าง ต้องชำระภายใน 15 วันนับจากวันทำสัญญา หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษปรับสูงสุด 5 เท่าของอากรที่ค้าง มีเงินเพิ่มเดือนละ 2% และที่สำคัญคือไม่สามารถใช้เอกสารเป็นพยานหลักฐานในศาลได้จนกว่าจะชำระอากรให้ครบถ้วน

การปฏิบัติตามกฎหมายอากรแสตมป์ไม่เพียงช่วยหลีกเลี่ยงโทษทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังสร้างความมั่นใจในการทำธุรกรรมและปกป้องสิทธิของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายอีกด้วย

แหล่งอ้างอิง:

• พระราชบัญญัติอากรแสตมป์ พ.ศ. 2564

• ตารางอากรแสตมป์ท้ายพระราชบัญญัติอากรแสตมป์ พ.ศ. 2564

• ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 ลักษณะ 11 (มาตรา 575-587)

• เว็บไซต์กรมสรรพากร: www.rd.go.th

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง