
ลูกค้าบริษัทส่งใบกำกับภาษีกลับมาให้แก้ เพราะไม่มีคำว่า "สำนักงานใหญ่" หรือฝ่ายบัญชีบอกว่าใบกำกับที่ได้จากร้านค้าใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้ เรื่องแบบนี้เกิดบ่อยกับกิจการที่เพิ่งจด VAT บทความนี้สรุปว่าใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีรายการอะไรบ้างตามกฎหมาย ต่างจากใบกำกับภาษีอย่างย่ออย่างไร ต้องออกเมื่อไร และถ้าออกผิดต้องแก้อย่างไร พร้อมเช็กลิสต์ไว้ตรวจก่อนส่งให้ลูกค้าทุกใบ
ใบกำกับภาษีเต็มรูปคืออะไร ใครต้องออก
ใบกำกับภาษีคือเอกสารที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ผู้จด VAT) ออกให้ผู้ซื้อทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ เพื่อแสดงว่าได้เรียกเก็บ VAT ไปเท่าไร สำหรับผู้ขาย สำเนาใบกำกับภาษีคือหลักฐานภาษีขาย ส่วนผู้ซื้อที่จด VAT ใช้ต้นฉบับเป็นหลักฐานภาษีซื้อเพื่อหักภาษีขายใน ภ.พ.30
คำว่า "เต็มรูป" ใช้เรียกใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 ที่มีชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ และแยกจำนวน VAT ให้เห็นชัด เพื่อแยกจาก "ใบกำกับภาษีอย่างย่อ" ตามมาตรา 86/6 ที่ร้านค้าปลีกใช้
ข้อควรรู้เบื้องต้น
- ออกได้เฉพาะผู้จด VAT ผู้ที่ไม่ได้จด VAT ห้ามออกใบกำกับภาษี (มาตรา 86/13)
- ออกเป็นรายสถานประกอบการ ถ้ามีหลายสาขา ใบกำกับภาษีต้องแสดงว่าออกจากสำนักงานใหญ่หรือสาขาใด (มาตรา 86 และประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 39)
- ทำ 2 ส่วน คือต้นฉบับส่งมอบให้ผู้ซื้อ และสำเนาเก็บไว้ลงรายงานภาษีขาย (คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 ข้อ 4)
รายการที่ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมี (มาตรา 86/4)
มาตรา 86/4 กำหนดว่า ใบกำกับภาษีต้องมีรายการ "อย่างน้อย" ดังนี้ และคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 อธิบายวิธีเขียนแต่ละรายการไว้
| # | รายการที่ต้องมี | วิธีเขียนให้ถูก (ตามคำสั่ง ป.86/2542 และประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 39) |
|---|---|---|
| 1 | คำว่า "ใบกำกับภาษี" ในที่ที่เห็นได้เด่นชัด | ต้องเห็นชัด ไม่ใช่ตัวเล็กซ่อนในหัวกระดาษ ถ้าเป็นเอกสารรวม เช่น "ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี" ก็ต้องมีคำนี้ชัดเจน |
| 2 | ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลักของผู้ขาย | ชื่อตามที่จด VAT (หรือชื่อสถานประกอบการ/ชื่อการค้าที่จดไว้) ที่อยู่ตามสถานประกอบการที่จด VAT |
| 3 | ชื่อ ที่อยู่ของผู้ซื้อ | ถ้าผู้ซื้อจด VAT ใช้ชื่อและที่อยู่ตามที่ผู้ซื้อจด VAT ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาต้องมีนามสกุลด้วย |
| 4 | เลขที่ใบกำกับภาษี และเลขที่เล่ม (ถ้ามี) | เรียงลำดับเลขที่ |
| 5 | ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ | ถ้ามีรายการที่ไม่ต้องเสีย VAT รวมอยู่ด้วย ต้องทำเครื่องหมายหรือแยกให้เห็นชัด |
| 6 | จำนวน VAT แยกจากมูลค่าสินค้าหรือบริการให้ชัดแจ้ง | แสดงมูลค่าก่อน VAT และจำนวน VAT แยกกัน |
| 7 | วัน เดือน ปี ที่ออก | ใช้ตัวเลขแทนชื่อเดือนได้ ใช้ พ.ศ. หรือ ค.ศ. ก็ได้ |
| 8 | ข้อความอื่นที่อธิบดีกำหนด | ดูหัวข้อถัดไป (สาขา เลขผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ เอกสารออกเป็นชุด ฯลฯ) |
ภาษาและสกุลเงิน: ทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ แต่ต้องเป็นเงินบาท ใช้ตัวเลขไทยหรืออารบิก ถ้าต้องการใช้ภาษาอื่นหรือเงินตราต่างประเทศ ต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีก่อน (ป.86/2542 ข้อ 8)
ชื่อย่อที่ใช้ได้: ชื่อผู้ขายและผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคลใช้คำย่อได้ คือ บริษัทจำกัด ใช้ "บ. ... จก." หรือ "บจ. ..." บริษัทมหาชนจำกัด ใช้ "บมจ. ..." ห้างหุ้นส่วนจำกัด ใช้ "หจก. ..." และห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ใช้ "หสน. ..." (ป.86/2542 ข้อ 8)
สะกดผิดเล็กน้อยหรือละคำ: ถ้าชื่อผู้ซื้อสะกด สระ หรือวรรณยุกต์ผิด หรือใช้ไปยาลน้อย (ฯ) ละคำ แต่ยังเห็นชัดว่าเป็นใครและไม่ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นกิจการอื่น ให้ถือว่าระบุชื่อครบถ้วนแล้ว ส่วนที่อยู่ที่เขียนไม่ครบ แต่ส่วนที่เขียนถูกต้องและบอกตำแหน่งได้ชัดเจน ก็ถือว่าครบ (ป.86/2542 ข้อ 4)
VAT มีเศษสตางค์: ปัดทศนิยมตำแหน่งที่ 3 ถ้าไม่ถึง 5 ให้ปัดทิ้ง ถ้าตั้งแต่ 5 ขึ้นไปให้ปัดขึ้น เช่น ราคารวม VAT 100 บาท ภาษี = 7/107 × 100 = 6.542 แสดงเป็น 6.54 บาท (ป.86/2542 ข้อ 4(6))
ข้อความเพิ่มเติมที่อธิบดีกำหนด (ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 39)
มาตรา 86/4(8) ให้อธิบดีกำหนดข้อความอื่นได้ ข้อที่ SME เจอบ่อยมีดังนี้
1. สำนักงานใหญ่หรือสาขาของผู้ขาย (ข้อ 8 ใช้กับใบกำกับที่ออกตั้งแต่ 1 ม.ค. 2558)
ต้องระบุสถานประกอบการที่ขายตามที่ปรากฏในใบทะเบียน ภ.พ.20
- สำนักงานใหญ่: เขียน "สำนักงานใหญ่" หรือคำย่อ เช่น "สนญ" "HO" "HQ" หรือเลขศูนย์ 5 หลัก "00000"
- สาขา: เขียน "สาขาที่ ..." ตามเลขสาขาใน ภ.พ.20 เช่น "สาขาที่ 1" "สาขาที่ 01" หรือ "Branch No. ..." หรือเลข 5 หลัก เช่น "00001"
2. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีและสำนักงานใหญ่/สาขาของผู้ซื้อ ถ้าผู้ซื้อจด VAT (ข้อ 7 และข้อ 9 ใช้กับใบกำกับที่ออกตั้งแต่ 1 ม.ค. 2558)
ถ้าผู้ซื้อเป็นผู้จด VAT ผู้ขายต้องใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ และระบุว่าที่อยู่ผู้ซื้อที่เขียนไว้เป็น "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่ ..." ด้วยรูปแบบเดียวกับข้อ 1 ถ้าผู้ซื้อไม่ได้จด VAT เช่น บุคคลธรรมดาทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ (คำชี้แจงกรมสรรพากร 24 มี.ค. 2558 และหนังสือตอบข้อหารือ กค 0702/8755)
ข้อสำคัญสำหรับผู้ซื้อ: คำชี้แจงกรมสรรพากรฉบับเดียวกันระบุว่า ผู้ซื้อที่จด VAT ต้องแจ้งเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและสาขาของตนให้ผู้ขายทุกครั้ง ถ้าไม่แจ้ง แล้วได้ใบกำกับที่ไม่มีรายการเหล่านี้ ภาษีซื้อตามใบนั้นเป็นภาษีซื้อต้องห้าม นำไปหักไม่ได้ (มาตรา 82/5(2))
3. สาขาใช้ใบกำกับภาษีของสำนักงานใหญ่ (ข้อ 3)
ถ้าสาขานำแบบฟอร์มใบกำกับภาษีที่พิมพ์ที่อยู่สำนักงานใหญ่ไปใช้ ต้องเขียนว่า "สาขาที่ออกใบกำกับภาษีคือ ..." จะใช้ชื่อสาขา เช่น "สาขาลาดพร้าว" หรือเลขสาขาก็ได้ ประทับตรายางหรือเขียนด้วยหมึกได้ (ป.86/2542 ข้อ 18)
4. ใบกำกับภาษีรวมกับเอกสารอื่น (ข้อ 1)
ทำใบกำกับภาษีรวมกับเอกสารการค้าอื่นได้ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบส่งของ ใบแจ้งหนี้ ที่ทำเป็นชุดหลายแผ่น ถ้าใบกำกับภาษีไม่ใช่แผ่นแรกของชุด ต้องมีข้อความ "เอกสารออกเป็นชุด" และในสำเนาต้องมีข้อความ "สำเนาใบกำกับภาษี" ข้อความทั้งสองต้องพิมพ์ไว้ก่อนหรือออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (ถ้าทั้งฉบับออกจากคอมพิวเตอร์) ห้ามใช้ตรายางหรือเขียนด้วยมือ
5. ข้อความเฉพาะบางกิจการ เช่น ปั๊มน้ำมันที่ขายน้ำมันหรือบริการเกี่ยวกับรถยนต์ต้องระบุเลขทะเบียนรถ (ข้อ 4) และกิจการที่ได้รับอนุมัติให้ออกเป็นเงินตราต่างประเทศต้องระบุอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท (ข้อ 5)
พิมพ์ เขียนมือ หรือใช้ตรายาง ได้แค่ไหน
คำสั่ง ป.86/2542 ข้อ 8 แบ่งเป็น 2 กรณี
- ถ้าพิมพ์รายการหลักไว้ก่อนในแบบฟอร์ม ได้แก่ คำว่า "ใบกำกับภาษี" ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย (และคำว่า "เอกสารออกเป็นชุด" ถ้ามี) รายการอื่นจะเขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด ประทับตรายาง หรือออกด้วยคอมพิวเตอร์ก็ได้
- ถ้ารายการหลักข้างต้นรายการใดรายการหนึ่งออกด้วยคอมพิวเตอร์ รายการอื่นทั้งหมดต้องพิมพ์ไว้ก่อนหรือออกด้วยคอมพิวเตอร์เท่านั้น ห้ามเขียนมือเพิ่ม มิฉะนั้นผู้ซื้อจะนำไปเป็นภาษีซื้อไม่ได้
รายการยาวเกิน 1 หน้า: ทำใบกำกับภาษี 1 แผ่นพร้อม "ใบแนบใบกำกับภาษี" หรือทำใบกำกับหลายแผ่น โดยทุกแผ่นมีรายการตามมาตรา 86/4 (1)–(5) และ (7) แผ่นที่ไม่ใช่แผ่นสุดท้ายต้องมีข้อความว่ามีแผ่นต่อไป และยอดรวมกับ VAT แสดงในแผ่นสุดท้ายเท่านั้น (ป.86/2542 ข้อ 9)
ขายลูกค้ารายเดียวหลายครั้งในวันเดียว: ถ้าเป็นสินค้าหรือบริการชนิดเดียวกันและรับชำระเงินพร้อมกัน ออกใบกำกับรวมครั้งเดียวต่อวันทำการสำหรับลูกค้ารายนั้นได้ (ป.86/2542 ข้อ 1 แก้ไขโดย ป.155/2560)
ตัวอย่างหน้าตาใบกำกับภาษีเต็มรูปที่ถูกต้อง
ภาพด้านล่างเป็นตัวอย่างการจัดวางรายการ ใช้ชื่อสมมติทั้งหมด ตัวเลขในวงกลมตรงกับลำดับในเช็กลิสต์
ใบกำกับภาษีเต็มรูป กับ ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ต่างกันอย่างไร
| ใบกำกับภาษีเต็มรูป (ม.86/4) | ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (ม.86/6) | |
|---|---|---|
| ใครออกได้ | ผู้จด VAT ทุกราย | ผู้จด VAT ที่เป็นกิจการค้าปลีกตามที่อธิบดีกำหนด (กิจการอื่นต้องขออนุมัติตามมาตรา 86/7) ตัวแทนออกใบอย่างย่อแทนไม่ได้ |
| ชื่อผู้ขาย | ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี | ชื่อหรือชื่อย่อ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี |
| ชื่อที่อยู่ผู้ซื้อ | ต้องมี | ไม่ต้องมี |
| VAT | ต้องแยกจำนวน VAT ออกจากมูลค่าให้ชัด | แสดงราคาที่รวม VAT แล้ว พร้อมข้อความชัดเจนว่ารวม VAT แล้ว |
| รายการอื่น | คำว่า "ใบกำกับภาษี" เลขที่ รายการสินค้า วันที่ | เหมือนกัน (คำว่า "ใบกำกับภาษี" เลขที่ รายการสินค้า วันที่) |
| ผู้ซื้อใช้เป็นภาษีซื้อได้ไหม | ได้ (ถ้ารายการครบถูกต้อง) | ไม่ได้ (ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2(2)) |
สิ่งที่ร้านค้าปลีกต้องรู้
- ร้านที่จด VAT แล้วออกใบกำกับภาษีอย่างย่อให้ลูกค้าทั่วไปได้ แต่ถ้าลูกค้าที่จด VAT ขอใบกำกับภาษีเต็มรูป ต้องออกให้
- ถ้าใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินหรือ POS ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ต้องได้รับอนุมัติจากกรมสรรพากรก่อนใช้ ยื่นคำขอด้วยแบบ ภ.พ.06 (มาตรา 86/6 และประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 46) ใบที่ออกจากเครื่องต้องมีคำว่า "ใบกำกับภาษีอย่างย่อ" และเลขรหัสประจำเครื่องที่กรมสรรพากรกำหนด
- ชื่อสินค้าในใบอย่างย่อใช้รหัสแทนได้ แต่ต้องแจ้งรหัสให้อธิบดีทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนใช้ (มาตรา 86/6)
ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อไร
มาตรา 86 ให้ออกใบกำกับภาษีทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ซึ่งกฎหมายกำหนดเวลาไว้ดังนี้
| ประเภท | ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อ | ถ้ามีเหตุการณ์ต่อไปนี้เกิดก่อน ให้ถือเวลานั้น |
|---|---|---|
| ขายสินค้าทั่วไป (มาตรา 78(1)) | ส่งมอบสินค้า | โอนกรรมสิทธิ์ / ได้รับชำระเงิน / ออกใบกำกับภาษี |
| ให้บริการทั่วไป (มาตรา 78/1(1)) | ได้รับชำระค่าบริการ | ออกใบกำกับภาษี / ผู้รับบริการได้ใช้บริการแล้ว |
ตัวอย่างง่าย ๆ
- ร้านขายวัสดุส่งของให้ลูกค้าวันที่ 5 แต่ลูกค้าจ่ายเงินวันที่ 30 ต้องออกใบกำกับภาษีวันที่ 5 (วันส่งมอบ)
- บริษัทรับทำเว็บไซต์ส่งใบแจ้งหนี้ (ที่ไม่ใช่ใบกำกับภาษี) วันที่ 5 แต่ลูกค้าโอนเงินวันที่ 20 โดยทั่วไปต้องออกใบกำกับภาษีวันที่ 20 (วันได้รับเงิน) แต่ถ้าออกใบกำกับภาษีให้ก่อนตั้งแต่วันที่ 5 หรือลูกค้าได้ใช้บริการก่อนวันจ่ายเงิน ความรับผิดจะเกิดเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นก่อน
กิจการขายสินค้าบางประเภท เช่น ขายผ่อนชำระ ขายผ่านตัวแทน หรือส่งออก มีกำหนดเวลาแยกต่างหากในมาตรา 78(2)–(5) ควรตรวจกับผู้ทำบัญชีก่อนตั้งระบบออกเอกสาร
ใบกำกับภาษีไม่ครบหรือผิด มีผลอย่างไร
ฝั่งผู้ขาย (ผู้ออก): การออกใบกำกับภาษี ใบเพิ่มหนี้ หรือใบลดหนี้ ที่มีรายการในส่วนที่เป็นสาระสำคัญไม่ครบถ้วน มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท (มาตรา 90(12))
ฝั่งผู้ซื้อ (ผู้ใช้ภาษีซื้อ): ผลกระทบหนักกว่า
- ใบกำกับภาษีที่มีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ นำมาหักเป็นภาษีซื้อไม่ได้ (มาตรา 82/5(2)) ต้องให้ผู้ขายยกเลิกฉบับเดิมและออกฉบับใหม่ที่ถูกต้องก่อน จึงจะใช้สิทธิได้ (ป.86/2542 ข้อ 24)
- ห้ามแก้ไขรายการบนใบกำกับภาษีเอง เช่น ขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่ เพราะภาษีซื้อตามใบกำกับที่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2(10)) ยกเว้นกรณีที่กรมสรรพากรอนุญาต เช่น ราชการเปลี่ยนเลขที่บ้าน ถนน ตำบล หรืออำเภอ ผู้ขายแก้ที่อยู่ของตนโดยขีดฆ่าแล้วลงลายมือชื่อกำกับ หรือประทับตรายางที่อยู่ใหม่ได้ภายใน 1 ปีนับแต่ทางราชการประกาศ (คำสั่ง ป.46/2537 และ ป.86/2542 ข้อ 12)
- ผู้ซื้อเปลี่ยนชื่อหรือย้ายที่อยู่แล้ว แต่ยังได้ใบกำกับในชื่อหรือที่อยู่เดิม ใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้ ต้องให้ผู้ขายออกฉบับใหม่ (ป.86/2542 ข้อ 11) ควรแจ้งคู่ค้าทุกรายทันทีที่เปลี่ยน
- VAT ในใบไม่ตรงกับมูลค่าคูณอัตรา ถ้าต่างเพราะปัดเศษสตางค์ ใช้ได้ (ใช้จำนวนที่น้อยกว่า) แต่ถ้าต่างด้วยเหตุอื่น ใช้ไม่ได้ ต้องให้ผู้ขายออกใหม่ (ป.86/2542 ข้อ 10)
- ถ้าใช้สิทธิไปแล้วและเจ้าหน้าที่ตรวจพบ เจ้าพนักงานอาจให้นำใบกำกับฉบับใหม่ที่ถูกต้องมาแสดงภายในเวลาที่กำหนด (ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ตรวจพบ) ถ้านำมาไม่ได้ ต้องเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 89(4) (ป.86/2542 ข้อ 24)
พูดง่าย ๆ คือ ใบกำกับที่ผิดแบบ ทำให้ลูกค้าของคุณเสียสิทธิ และลูกค้าจะต้องส่งกลับมาให้คุณออกใหม่ จึงควรตรวจทุกใบก่อนส่ง
ออกใบกำกับภาษีผิด แก้อย่างไร
กรณีรายการผิด ให้ยกเลิกและออกฉบับใหม่ ตามคำสั่ง ป.86/2542 ข้อ 25
- เรียกใบกำกับฉบับเดิมคืนจากผู้ซื้อ ประทับตราว่า "ยกเลิก" หรือขีดฆ่า แล้วเก็บรวมไว้กับสำเนาฉบับเดิม
- ออกฉบับใหม่ด้วยเลขที่ใหม่ แต่ลงวันที่ให้ตรงกับฉบับเดิม
- หมายเหตุในฉบับใหม่ว่า "เป็นการยกเลิกและออกใบกำกับภาษีฉบับใหม่แทนฉบับเดิมเลขที่ ... เล่มที่ ..." และหมายเหตุการยกเลิกไว้ในรายงานภาษีขายของเดือนที่ออกฉบับใหม่
- ผู้ซื้อที่ขอให้ยกเลิก ถ่ายสำเนาใบเดิมเก็บไว้ประกอบด้วย
ถ้าโปรแกรมบัญชีลงวันที่ย้อนหลังไม่ได้ คำสั่งเดียวกัน (ข้อ 26) มีวิธีปฏิบัติแยก ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อน
กรณีมูลค่าเปลี่ยนหลังขายไปแล้ว ไม่ใช่การออกผิด ไม่ต้องยกเลิกใบเดิม แต่ให้ออกเอกสารปรับปรุง
- ใบเพิ่มหนี้ (มาตรา 86/9) เมื่อมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเหตุในมาตรา 82/9 เช่น ส่งสินค้าหรือให้บริการเกินกว่าที่ตกลง หรือคำนวณราคาผิดต่ำกว่าที่เป็นจริง
- ใบลดหนี้ (มาตรา 86/10) เมื่อมูลค่าลดลงตามเหตุในมาตรา 82/10 เช่น สินค้าผิดข้อกำหนด ชำรุด หรือขาดจำนวน ลูกค้าคืนสินค้าเพราะชำรุดหรือไม่ตรงตัวอย่าง หรือคำนวณราคาผิดสูงกว่าที่เป็นจริง
ทั้งสองแบบต้องมีชื่อเอกสารเด่นชัด ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ออก ชื่อที่อยู่ผู้ซื้อ วันที่ เลขที่ใบกำกับภาษีเดิม มูลค่าเดิม มูลค่าที่ถูกต้อง ผลต่างและ VAT ของส่วนต่าง และสาเหตุโดยย่อ และโดยหลักต้องออกในเดือนภาษีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น
กรณีลูกค้าทำใบกำกับหาย ถูกทำลาย หรือชำรุดในสาระสำคัญ ผู้ขายออกใบแทนใบกำกับภาษีให้เมื่อได้รับการร้องขอ โดยใบแทนมีรายการเหมือนฉบับเดิม และระบุชัดว่าเป็นใบแทนของฉบับใด (มาตรา 86/12)
ใช้ e-Tax Invoice แทนกระดาษได้ไหม
ได้ ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ยังต้องมีรายการครบตามมาตรา 86/4 เหมือนใบกระดาษ ต่างกันที่วิธีจัดทำและส่งมอบ ซึ่งต้องยื่นคำขอใช้ระบบกับกรมสรรพากรก่อน ช่องทางหลักมี 2 แบบ คือ ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt ที่ใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และ e-Tax Invoice by Time Stamp ที่ส่งทางอีเมลและใช้การประทับเวลาแทนลายมือชื่อดิจิทัล
ถ้าพิมพ์ e-Tax Invoice ที่ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ออกมาเป็นกระดาษเพื่อส่งให้ผู้ซื้อ ต้องมีข้อความว่า "เอกสารนี้ได้จัดทำและส่งข้อมูลให้แก่กรมสรรพากรด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์" (ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 39 ข้อ 11)
เช็กลิสต์ตรวจใบกำกับภาษีเต็มรูปก่อนส่งลูกค้า
- ☐ มีคำว่า "ใบกำกับภาษี" เห็นชัด
- ☐ ชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของผู้ขาย ตรงกับ ภ.พ.20
- ☐ มี "สำนักงานใหญ่" หรือ "สาขาที่ ..." ของผู้ขาย
- ☐ ชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อ ตรงกับที่ผู้ซื้อจด VAT (บุคคลธรรมดามีนามสกุล)
- ☐ ถ้าผู้ซื้อจด VAT: มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและสำนักงานใหญ่/สาขาของผู้ซื้อ
- ☐ มีเลขที่ใบกำกับภาษี (และเลขที่เล่ม ถ้ามี) เรียงลำดับ
- ☐ รายการสินค้าหรือบริการ มีชื่อ ชนิด ปริมาณ และมูลค่า
- ☐ มูลค่าก่อน VAT และจำนวน VAT แยกกันชัดเจน และคำนวณถูก
- ☐ วันที่ออกตรงกับวันที่ความรับผิดเกิด (สินค้า = วันส่งมอบ / บริการ = วันรับเงิน ยกเว้นมีเหตุการณ์ที่เกิดก่อน)
- ☐ ถ้าเป็นเอกสารชุดและใบกำกับไม่ใช่แผ่นแรก: มี "เอกสารออกเป็นชุด"
- ☐ ไม่มีการเขียนมือแก้ทับรายการที่ออกจากคอมพิวเตอร์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีอะไรบ้าง?
A: ตามมาตรา 86/4 ต้องมีอย่างน้อย คำว่า "ใบกำกับภาษี" ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย ชื่อและที่อยู่ของผู้ซื้อ เลขที่ใบกำกับ รายการสินค้าหรือบริการพร้อมปริมาณและมูลค่า จำนวน VAT ที่แยกจากมูลค่า และวันที่ออก และตามประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 39 ต้องระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขาของผู้ขาย ถ้าผู้ซื้อจด VAT ต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและสำนักงานใหญ่หรือสาขาของผู้ซื้อด้วย
Q: ลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดา ต้องใส่เลขบัตรประชาชนในใบกำกับภาษีไหม?
A: ไม่ต้อง เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อต้องใส่เฉพาะเมื่อผู้ซื้อเป็นผู้จด VAT (คำชี้แจงกรมสรรพากร 24 มี.ค. 2558) แต่ยังต้องมีชื่อ นามสกุล และที่อยู่ของผู้ซื้อ
Q: ไม่มีคำว่า "สำนักงานใหญ่" ในใบกำกับภาษี ใช้เป็นภาษีซื้อได้ไหม?
A: ไม่ได้ ใบกำกับภาษีที่ออกตั้งแต่ 1 ม.ค. 2558 ต้องระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขาของผู้ขาย และถ้าผู้ซื้อจด VAT ต้องระบุสำนักงานใหญ่หรือสาขาของผู้ซื้อด้วย (ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 39 ข้อ 8 และ 9) ถ้าขาด ภาษีซื้อตามใบนั้นเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (มาตรา 82/5(2) และประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2(6)) ควรให้ผู้ขายยกเลิกและออกฉบับใหม่ที่ถูกต้องก่อนนำไปใช้สิทธิ
Q: ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใช้เป็นภาษีซื้อได้ไหม?
A: ไม่ได้ ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (ประกาศอธิบดีฯ VAT ฉบับที่ 42) ถ้าซื้อของจากร้านค้าปลีกในนามกิจการที่จด VAT ให้ขอใบกำกับภาษีเต็มรูป โดยแจ้งชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสาขาของกิจการ
Q: ออก "ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี" ใบเดียวได้ไหม?
A: ได้ คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 ให้ทำใบกำกับภาษีรวมกับเอกสารการค้าอื่น เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบส่งของ ใบแจ้งหนี้ได้ แต่ต้องมีรายการครบตามมาตรา 86/4 และถ้าทำเป็นชุดหลายแผ่นโดยใบกำกับภาษีไม่ใช่แผ่นแรก ต้องมีข้อความ "เอกสารออกเป็นชุด"
Q: ใบกำกับภาษีเขียนด้วยมือได้ไหม?
A: ได้ ถ้าคำว่า "ใบกำกับภาษี" และชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย พิมพ์ไว้ในแบบฟอร์มแล้ว รายการอื่นเขียนด้วยหมึกได้ แต่ถ้ารายการหลักเหล่านี้ออกจากคอมพิวเตอร์ รายการอื่นทั้งหมดต้องออกจากคอมพิวเตอร์หรือพิมพ์ไว้ก่อนเท่านั้น
Q: ออกใบกำกับผิด ขีดฆ่าแล้วเซ็นกำกับได้ไหม?
A: โดยทั่วไปไม่ได้ ภาษีซื้อตามใบกำกับที่ถูกแก้ไขรายการเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ต้องเรียกฉบับเดิมคืนมายกเลิก แล้วออกฉบับใหม่เลขที่ใหม่ ลงวันที่ตรงกับฉบับเดิม และหมายเหตุว่าออกแทนฉบับใด ยกเว้นบางกรณีที่กรมสรรพากรอนุญาต เช่น ราชการเปลี่ยนเลขที่บ้านหรือชื่อตำบล ผู้ขายแก้ที่อยู่ของตนพร้อมลงลายมือชื่อกำกับได้ภายใน 1 ปี
สรุป
ใบกำกับภาษีเต็มรูปต้องมีรายการอย่างน้อย 8 ข้อตามมาตรา 86/4 ซึ่งข้อ 8 คือข้อความที่อธิบดีกำหนด ข้อที่พลาดบ่อยที่สุดคือ สำนักงานใหญ่หรือสาขา และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อที่จด VAT ใบที่รายการสำคัญไม่ครบหรือผิด ผู้ออกมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และลูกค้าของคุณใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้ ส่วนใบกำกับภาษีอย่างย่อใช้ได้เฉพาะกิจการค้าปลีกและผู้ซื้อใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้ ถ้าออกผิด ให้ยกเลิกและออกฉบับใหม่ตามขั้นตอน อย่าแก้บนใบเดิม และถ้ามูลค่าเปลี่ยนภายหลัง ให้ใช้ใบเพิ่มหนี้หรือใบลดหนี้
ถ้าไม่แน่ใจว่าแบบฟอร์มใบกำกับภาษีของกิจการถูกต้องหรือยัง ปรึกษาทีมงานบริษัท พีพลัส การบัญชี จำกัด ได้ ลูกค้าทำบัญชีรายเดือนแพ็กเกจ Pro และ Premium ได้รับบริการแนะนำภาษีที่เกี่ยวข้องกับกิจการ และยื่นภาษีประจำเดือน ภ.พ.30 / 36
แหล่งอ้างอิง:
• ประมวลรัษฎากร มาตรา 86, 86/4, 86/6, 86/7, 86/9, 86/10, 86/12, 86/13 — https://www.rd.go.th/5208.html
• ประมวลรัษฎากร มาตรา 78 และ 78/1 (ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม) — https://www.rd.go.th/5205.html
• ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 (ภาษีซื้อที่ไม่ให้นำมาหัก), 82/9 และ 82/10 (เหตุที่ต้องออกใบเพิ่มหนี้/ใบลดหนี้) — https://www.rd.go.th/5206.html
• ประมวลรัษฎากร มาตรา 89(4) และ 90(12) — https://www.rd.go.th/5209.html
• คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.86/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 และมาตรา 86/5 เฉพาะที่มีลักษณะเป็นแบบเต็มรูป (แก้ไขเพิ่มเติมโดย ป.155/2560) — https://www.rd.go.th/3568.html
• ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) เรื่อง กำหนดข้อความอื่นในใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4(8) (แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 182, 186, 199 และ 247) — https://www.rd.go.th/3400.html
• คำชี้แจงกรมสรรพากร เรื่อง การระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ลงวันที่ 24 มี.ค. 2558 — https://www.rd.go.th/49981.html
• หนังสือตอบข้อหารือ กค 0702/8755 ลงวันที่ 29 ก.ย. 2558 (ผู้ซื้อไม่ได้จด VAT ไม่ต้องระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษี) — https://www.rd.go.th/28094.html
• ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) เรื่อง การกำหนดภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักตามมาตรา 82/5(6) (ข้อ 2(2) ใบกำกับภาษีอย่างย่อ, ข้อ 2(6), ข้อ 2(10) ใบกำกับที่ถูกแก้ไขรายการ) — https://www.rd.go.th/3398.html
• ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 32) ข้อ 2(3) (กิจการค้าปลีกต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปเมื่อผู้ซื้อเรียกร้อง) — https://www.rd.go.th/3402.html
• คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.46/2537 เรื่อง การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย ป.72/2541 และ ป.147/2557) — https://www.rd.go.th/3601.html
• ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 46) เรื่อง การขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ — https://www.rd.go.th/3394.html
• เว็บไซต์กรมสรรพากร: www.rd.go.th (ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร. 1161)




