หน้าแรก เกี่ยวกับเรา แพ็กเกจ บทความ ติดต่อเรา โทร 098-1498987
ภาษี

ภาษีสรรพสามิตรถ EV 2569 คืออะไร ใครจ่าย

ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า 2569 ใครเป็นผู้จ่าย คิดอย่างไร และรถ BEV ที่ผลิตในไทยตามมาตรการ EV 3.5 เสียภาษี 2%

ช่วงนี้มีข่าวว่ารัฐอาจขึ้นภาษีรถ EV นำเข้าตั้งแต่ปี 2570 หลายคนจึงสงสัยว่าภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าคืออะไร ใครต้องจ่าย และถ้าซื้อรถตอนนี้จะได้รับผลอะไรไหม บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่าย ตั้งแต่ใครเสียภาษี ภาษีคิดจากราคาไหน อัตราของรถ EV ตามมาตรการ EV 3.5 ไปจนถึงข้อเสนอใหม่ที่ยังไม่เป็นทางการ

อัปเดตล่าสุด: 20 ต.ค. 2569
  • ปี 2569 รถ BEV ที่ผลิตในไทยตามมาตรการ EV 3.5 ยังเสียภาษีสรรพสามิต 2% ส่วนรถ BEV ที่นำเข้าทั้งคันในปีนี้และรถนอกมาตรการเสีย 10%
  • การขึ้นภาษีรถ EV นำเข้าทั้งคันเป็นราว 30% หรือมากกว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2570 เป็นเพียงข้อเสนอตามข่าว ยังไม่มีมติ ครม. (ข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2569)
  • เราจะแก้บทความนี้เมื่อมีมติ ครม. หรือประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สรุปเร็ว:
  • ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ผู้ผลิตในประเทศและผู้นำเข้าเป็นผู้เสียและนำส่ง ผู้ซื้อไม่ได้ยื่นแบบเอง แต่รับภาระผ่านราคารถ
  • ภาษีคิดจาก ราคาขายปลีกแนะนำที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าแจ้งต่อกรมสรรพสามิต (มาตรา 17 และ 18)
  • รถยนต์นั่ง BEV ราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 7 ล้านบาท ที่ได้สิทธิตามมาตรการ EV 3.5 เสีย 2% โดยครอบคลุมรถที่นำเข้าทั้งคันในปี 2567–2568 และรถที่ผลิตในไทยในปี 2567–2570 (อัตราปกติ 8% ถึงสิ้นปี 2568 และ 10% ตั้งแต่ปี 2569)
  • ค่ายรถที่นำเข้ารถตาม EV 3.5 ต้อง ผลิตในไทยชดเชย 1:2 (ภายในปี 2569) หรือ 1:3 (ถ้าขยายถึงปี 2570)
  • ถ้าค่ายรถผลิตชดเชยไม่ครบ รัฐ เรียกเงินคืนจากค่ายรถ ไม่ใช่ผู้ซื้อ

ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ คืออะไร

ภาษีสรรพสามิตคือภาษีที่รัฐเก็บจากสินค้าบางประเภท เช่น น้ำมัน สุรา ยาสูบ และ รถยนต์ โดยมีกรมสรรพสามิตเป็นผู้จัดเก็บตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560

ภาษีนี้ต่างจากภาษีที่เจ้าของรถคุ้นเคย

ภาษีใครเสียเสียเมื่อไร
ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ผู้ผลิตในประเทศ / ผู้นำเข้าตอนนำรถออกจากโรงงาน หรือตอนนำเข้า
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ผู้ซื้อจ่ายรวมในราคารถ ผู้ขายเป็นผู้นำส่งทุกครั้งที่ซื้อขาย
ภาษีรถประจำปีเจ้าของรถทุกปี ที่กรมการขนส่งทางบก

ภาษีสรรพสามิตจึงเป็น ต้นทุนของค่ายรถ ที่รวมอยู่ในราคาขายแล้ว ผู้ซื้อไม่ต้องไปยื่นหรือจ่ายเพิ่มเอง แต่ถ้าอัตราเปลี่ยน ราคารถก็มักเปลี่ยนตาม

ใครเป็นคนจ่ายภาษีสรรพสามิตรถ EV

ตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 16 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับรถยนต์คือ

  • ผู้ประกอบอุตสาหกรรม (ผู้ผลิตรถในประเทศ): ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อนำรถออกจากโรงอุตสาหกรรม (มาตรา 21) และหลักทั่วไปต้องยื่นแบบพร้อมชำระภาษีก่อนนำรถออก (มาตรา 54) ทั้งนี้กฎหมายเปิดช่องให้สินค้าบางประเภทที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด ขอชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปโดยวางหลักประกันได้ (มาตรา 58)
  • ผู้นำเข้า: ความรับผิดเกิดพร้อมกับอากรขาเข้า และยื่นแบบพร้อมชำระภาษีตอนออกใบขนสินค้าที่ศุลกากร (มาตรา 21 และ 54)

ผู้ซื้อรถทั้งคนทั่วไปและบริษัท ไม่มีหน้าที่ยื่นแบบภาษีสรรพสามิต ภาระภาษีส่งต่อมาถึงผู้ซื้อผ่านราคาขาย

ภาษีสรรพสามิตรถยนต์ คิดอย่างไร

ตั้งแต่ปี 2560 ภาษีสรรพสามิตรถยนต์คิดจาก ราคาขายปลีกแนะนำที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าแจ้งต่อกรมสรรพสามิต (มาตรา 17 และ 18) แทนราคาหน้าโรงงานหรือราคานำเข้า (CIF) แบบเดิม

ขั้นตอนโดยย่อ

  1. ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า แจ้งราคาขายปลีกแนะนำ ของรถแต่ละรุ่นต่อกรมสรรพสามิต (มาตรา 18)
  2. นำราคานั้นมาคูณกับ อัตราภาษีตามประเภทรถ ในกฎกระทรวงพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต เช่น BEV ที่ได้สิทธิตามมาตรการ 2% หรือนอกมาตรการ 10%
  3. นอกจากภาษีสรรพสามิต ยังมีภาษีที่เก็บเพิ่มเพื่อราชการส่วนท้องถิ่น (มักเรียกว่าภาษีเพื่อมหาดไทย) ซึ่งกฎหมายกำหนดเพดานไม่เกิน 10% ของค่าภาษีสรรพสามิต (มาตรา 150) และกรมสรรพสามิตคำนวณที่ 10%

ตัวอย่างคร่าว ๆ (เพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น): รถ BEV ราคาขายปลีกแนะนำ (ไม่รวม VAT) 1,000,000 บาท

กรณีอัตราภาษีสรรพสามิตโดยประมาณรวมภาษีเพื่อท้องถิ่น 10%
ได้สิทธิตามมาตรการ EV 3.52%ประมาณ 20,000 บาทประมาณ 22,000 บาท
ไม่ได้สิทธิตามมาตรการ (ปี 2569)10%ประมาณ 100,000 บาทประมาณ 110,000 บาท

ส่วนต่างรวมประมาณ 88,000 บาทนี้คือเหตุผลที่อัตราภาษีมีผลต่อราคารถมาก ตัวเลขจริงขึ้นกับวิธีคำนวณตามกฎหมาย ราคาที่แจ้ง และภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงใช้ตัวอย่างนี้ประเมินราคารถจริงไม่ได้

อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า 2569

ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์อิงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) มากขึ้น รถที่ปล่อย CO2 น้อยเสียภาษีต่ำกว่า สรุปอัตราของรถพลังงานไฟฟ้าดังนี้

ประเภทรถเงื่อนไขอัตราปี 2569
BEV รถยนต์ไฟฟ้า 100%ได้สิทธิ EV 3.5 (ผลิตในไทย) ราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 7 ล้านบาท2%
BEVไม่ได้สิทธิตามมาตรการ รวมถึงรถที่นำเข้าทั้งคันในปี 256910%
กระบะไฟฟ้า (BEV)ผลิตในไทย ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพสามิต (เช่น มาตรการ EV 3.5)2% (ปี 2567–2568 เป็น 0%)
กระบะไฟฟ้าอื่น ๆไม่เข้าหลักเกณฑ์10%
PHEV (ปลั๊กอินไฮบริด)วิ่งด้วยไฟฟ้าได้ 80 กม. ขึ้นไป และถังน้ำมันไม่เกิน 45 ลิตร และผ่านหลักเกณฑ์ของกรมสรรพสามิต5%
PHEVผ่านหลักเกณฑ์ แต่วิ่งด้วยไฟฟ้าได้ไม่ถึง 80 กม. หรือถังน้ำมันเกิน 45 ลิตร10%
PHEV อื่น ๆไม่ผ่านหลักเกณฑ์15%
HEV (ไฮบริด)ผ่านหลักเกณฑ์ของกรมสรรพสามิต เครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000 ซีซี ตามช่วงการปล่อย CO26% / 9% / 14% / 19% / 24%

PHEV และ HEV ต้องผ่านหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศ จึงจะได้อัตราข้างต้น ส่วนรถที่เครื่องยนต์เกิน 3,000 ซีซี เสียอัตราสูงกว่านี้มาก (PHEV 30% / HEV 40%)

อัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า 2569 รถ BEV ที่ผลิตในไทยตามมาตรการ EV 3.5 เสีย 2% รถนอกมาตรการและรถนำเข้าทั้งคันปี 2569 เสีย 10% พร้อมไทม์ไลน์มาตรการ EV 3.5 ถึงปี 2571 และข้อเสนอภาษีรถ EV นำเข้าปี 2570 ที่ยังไม่มีมติ ครม. ณ 20 ต.ค. 2569

EV 3.5 คืออะไร

EV 3.5 คือ มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 ต่อจาก EV 3.0 (ปี 2565–2566) ใช้ในปี 2567–2570 เริ่ม 1 ม.ค. 2567 ค่ายรถที่ลงนามเข้าร่วมกับกรมสรรพสามิตได้สิทธิประโยชน์ 3 เรื่อง

  1. ลดภาษีสรรพสามิต รถยนต์นั่ง BEV ราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 7 ล้านบาท จาก 8% เหลือ 2% สำหรับรถที่นำเข้าในปี 2567–2568 และรถที่ผลิตในไทยในปี 2567–2570
  2. ลดอากรขาเข้า รถ EV นำเข้าทั้งคัน (CBU) ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ลดได้ไม่เกิน 40% เฉพาะปี 2567–2568 (สิ้นสุดแล้ว)
  3. เงินอุดหนุน ให้ค่ายรถนำไปลดราคาขาย รถยนต์นั่งราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท แบตเตอรี่ 50 kWh ขึ้นไปได้สูงสุด 100,000 บาทต่อคัน และลดลงตามปี

เงื่อนไขที่ค่ายรถต้องทำ

สิทธิเหล่านี้มาพร้อมเงื่อนไขว่าค่ายรถต้อง ผลิตรถในไทยชดเชย รถที่นำเข้ามาขาย

เรื่องเงื่อนไข
ผลิตชดเชยภายใน 31 ธ.ค. 2569นำเข้า 1 คัน ผลิตในไทย 2 คัน (1:2)
ถ้าขยายไปถึง 31 ธ.ค. 2570นำเข้า 1 คัน ผลิตในไทย 3 คัน (1:3)
รถที่ผลิตเพื่อส่งออกส่งออก 1 คัน นับเป็นการผลิตชดเชย 1.5 คัน (มติบอร์ดอีวี 30 ก.ค. 2568)
กำหนดขายและจดทะเบียนขายภายใน 31 ธ.ค. 2570 และจดทะเบียนภายใน 31 ม.ค. 2571 (บอร์ดอีวีขยายเวลาจดทะเบียน 1 เดือน)

ส่วน EV 3.0 ใช้อัตราผลิตชดเชย 1:1 ภายในปี 2567 หรือ 1:1.5 ถ้าขยายเวลาถึงสิ้นปี 2568

ถ้าค่ายรถผลิตชดเชยไม่ครบ ผู้ซื้อต้องคืนเงินไหม

ไม่ต้อง รัฐบาลแถลงเมื่อ 25 ก.ย. 2569 ว่าไม่ได้กำหนดให้ประชาชนที่ซื้อรถ EV ต้องคืนส่วนลดหรือเงินอุดหนุน เพราะเงินอุดหนุนจ่ายให้ผู้ประกอบการเพื่อหักจากราคาขาย

ถ้าค่ายรถผลิตชดเชยไม่ได้ตามเงื่อนไข กรมสรรพสามิตจะตรวจสอบเป็นรายกรณี และอาจ

  • เรียกเงินอุดหนุนคืนเป็นรายคัน พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี (ไม่ทบต้น)
  • บังคับตามหนังสือค้ำประกันของธนาคาร (Bank Guarantee)
  • เรียกเก็บภาษีสรรพสามิตส่วนต่าง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามกฎหมาย

ข้อเสนอขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า ปี 2570 (ยังไม่เป็นทางการ)

สถานะ: ข้อเสนอ ยังไม่มีมติ ครม. (ข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2569)

ไทม์ไลน์

  • 10 ก.ย. 2569: บอร์ดอีวีเห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า ให้อัตราลดหลั่นตามระดับการลงทุน การผลิต และการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
  • 6 ต.ค. 2569: ครม. รับทราบ มติบอร์ดอีวี ครั้งที่ 1/2569 และให้กรมสรรพสามิตไปทำรายละเอียดก่อนเสนอ ครม. เห็นชอบอีกครั้ง (รับทราบยังไม่ใช่อนุมัติ)
  • 19–20 ต.ค. 2569: ข่าวระบุว่ากระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. ภายในประมาณ 2 สัปดาห์ ให้ขึ้นภาษีรถ EV ที่นำเข้าทั้งคันจากประมาณ 10% เป็นราว 30% หรือมากกว่า (ตัวเลขตามข่าว ยังไม่เป็นทางการ ข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2569) คาดว่าจะเริ่ม 1 ม.ค. 2570

แนวทางตามมติบอร์ดอีวี (ยังไม่มีตัวเลขอัตรา)

กลุ่มกลุ่มรถทิศทางอัตรา
1รถนำเข้า โดยผู้นำเข้าที่ไม่มีโรงงานในไทยอัตราสูงขึ้น
2รถนำเข้าโดยผู้ผลิตที่มีโรงงานในไทยจำกัดปริมาณนำเข้าตามมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สร้างในไทย
3ผลิตในไทย ใช้ชิ้นส่วนในประเทศระดับปานกลางลดหลั่นตามระดับชิ้นส่วนในประเทศ
4ผลิตในไทย ใช้ชิ้นส่วนในประเทศระดับสูง (โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ)อัตราต่ำสุด

ยังไม่มีตัวเลขอัตราอย่างเป็นทางการของทุกกลุ่ม ตัวเลขราว 30% เป็นข้อเสนอสำหรับรถนำเข้าทั้งคันตามข่าวเท่านั้น (ข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2569) และอาจเปลี่ยนเมื่อ ครม. พิจารณา ต้องรอมติ ครม. และประกาศในราชกิจจานุเบกษาก่อนจึงจะมีผล

ผู้ซื้อรถ EV ควรทำอย่างไร

  • ภาษีสรรพสามิตไม่ใช่ภาระที่ต้องยื่นเอง ผลต่อผู้ซื้อคือราคารถเท่านั้น
  • ข้อเสนอที่เป็นข่าวเน้นรถนำเข้าทั้งคัน ส่วนรถที่ผลิตในไทย หลักการของบอร์ดอีวีให้อัตราลดหลั่นตามระดับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ซึ่งยังไม่มีตัวเลข ถ้ารุ่นที่สนใจผลิตในไทยแล้ว ข่าวนี้จึงไม่ใช่เหตุผลหลักที่ต้องรีบตัดสินใจ
  • ถ้าสนใจรถนำเข้าทั้งคัน ถามผู้ขายให้ชัดว่ารถคันนั้นเสียภาษีอัตราไหน ราคาที่เสนอรวมอะไรบ้าง และรับประกันราคาถึงวันส่งมอบหรือไม่ เพราะภาษีคิดตอนนำเข้า รถที่นำเข้าก่อนวันมีผลอาจไม่ได้รับผล
  • อย่าตัดสินใจจากข่าวอย่างเดียว รอดูมติ ครม. และประกาศอย่างเป็นทางการ
  • ภาษีรถประจำปี: ส่วนลด 80% ตามพระราชกฤษฎีกาปี 2565 ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนระหว่าง 9 พ.ย. 2565 – 10 พ.ย. 2568 (ลดเป็นเวลา 1 ปี) และสิ้นสุดแล้ว ณ วันที่อัปเดตบทความ ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มีเพียงข่าวว่ากรมการขนส่งทางบกเตรียมเสนอ) ปัจจุบันจึงเสียตามอัตราปกติที่คิดตามน้ำหนักรถ

ธุรกิจที่นำเข้าหรือขายรถ ต้องเตรียมอะไร

  • ผู้นำเข้าและผู้ผลิต: เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีสรรพสามิตโดยตรง ควรติดตามประกาศอัตราใหม่และวางแผนราคา สต็อก และสัญญากับลูกค้าล่วงหน้า ส่วนค่ายที่อยู่ใน EV 3.0/3.5 ต้องติดตามสัดส่วนผลิตชดเชยให้ทันกำหนด
  • ดีลเลอร์และผู้ขายรถ: ไม่ได้ยื่นภาษีสรรพสามิตเอง แต่ราคาทุนอาจเปลี่ยน ควรเขียนเงื่อนไขราคาในใบจองให้ชัด และบันทึกเงินจอง เงินอุดหนุน ส่วนลด และภาษีขาย (ภ.พ.30) ให้ถูกต้องทุกเดือน
  • บริษัทที่จะซื้อรถ EV ใช้ในกิจการ: เรื่องค่าเสื่อมราคาและภาษีซื้อของรถยนต์นั่งมีกฎเฉพาะของกรมสรรพากร ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนออกรถ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ซื้อรถ EV ต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตเองไหม?
A: ไม่ต้อง ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเป็นผู้เสียและนำส่งให้กรมสรรพสามิต ภาษีรวมอยู่ในราคารถแล้ว ภาษีที่ผู้ซื้อเกี่ยวข้องโดยตรงคือภาษีมูลค่าเพิ่ม (รวมในราคาขาย) และภาษีรถประจำปีที่จ่ายตอนจดทะเบียนและต่อภาษีทุกปี

Q: EV 3.5 คืออะไร?
A: มาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าระยะที่ 2 ปี 2567–2570 ให้ค่ายรถที่เข้าร่วมเสียภาษีสรรพสามิตรถ BEV ราคาไม่เกิน 7 ล้านบาทเพียง 2% (รถนำเข้าเฉพาะที่นำเข้าในปี 2567–2568 ส่วนรถผลิตในไทยถึงปี 2570) พร้อมเงินอุดหนุนและการลดอากรขาเข้า (ปี 2567–2568) แลกกับเงื่อนไขผลิตรถในไทยชดเชย

Q: ภาษีรถไฟฟ้า 2570 จะขึ้นเป็น 30% แน่หรือยัง?
A: ยังไม่แน่นอน ข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2569 ตัวเลขราว 30% เป็นข้อเสนอของกระทรวงการคลังตามข่าว ยังไม่มีมติ ครม. และใช้กับรถ EV ที่นำเข้าทั้งคันเป็นหลัก ต้องรอมติ ครม. และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

Q: ถ้าค่ายรถทำผิดเงื่อนไข EV 3.5 คนที่ซื้อรถไปแล้วต้องคืนเงินอุดหนุนไหม?
A: ไม่ต้อง รัฐบาลแถลงเมื่อ 25 ก.ย. 2569 ว่าการเรียกคืนเงินอุดหนุนทำกับผู้ประกอบการที่รับสิทธิ ไม่ได้เรียกจากประชาชนที่ซื้อรถ

Q: รถ EV ยังได้ลดภาษีรถประจำปี 80% อยู่ไหม?
A: ส่วนลดตามพระราชกฤษฎีกาปี 2565 ใช้กับรถที่จดทะเบียนระหว่าง 9 พ.ย. 2565 – 10 พ.ย. 2568 และสิ้นสุดแล้ว ณ วันที่อัปเดตบทความ ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มีเพียงข่าวว่ากรมการขนส่งทางบกเตรียมเสนอ)

สรุป

ภาษีสรรพสามิตรถ EV เป็นภาษีที่ผู้ผลิตและผู้นำเข้าเสีย ไม่ใช่ผู้ซื้อ คิดจากราคาขายปลีกแนะนำที่ไม่รวม VAT คูณอัตราตามประเภทรถ ปี 2569 รถ BEV ที่ผลิตในไทยตามมาตรการ EV 3.5 ยังเสีย 2% ส่วนรถ BEV ที่นำเข้าทั้งคันในปีนี้และรถนอกมาตรการเสีย 10% ค่ายรถที่รับสิทธิต้องผลิตในไทยชดเชยตามสัดส่วน ถ้าทำไม่ได้ รัฐเรียกเงินคืนจากค่ายรถ ส่วนข่าวขึ้นภาษีรถ EV นำเข้าทั้งคันเป็นราว 30% ตั้งแต่ปี 2570 ยังเป็นข้อเสนอที่ต้องรอมติ ครม. (ข้อมูล ณ 20 ต.ค. 2569)

ถ้าคุณทำธุรกิจขายรถ เป็นดีลเลอร์ หรือกำลังจะซื้อรถ EV เข้าบริษัท บริษัท พีพลัส การบัญชี จำกัด ช่วยดูแลบัญชีและภาษีประจำเดือนให้ครบ ด้วยบริการทำบัญชีรายเดือน เริ่มต้น 3,000 บาท/เดือน รวมยื่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1/3/53, ภ.ง.ด.51, ภ.ง.ด.1ก และประกันสังคม พร้อมแจ้งเข้า–ออกพนักงาน ยื่นออนไลน์ทุกงวด ส่งเอกสารภายในวันที่ 5 ทาง LINE ไปรษณีย์ หรือให้เราไปรับ และเข้าไปพบได้ทุกครั้งที่ต้องการ ทักมาปรึกษาเรื่องภาษีของกิจการได้ทาง LINE

แหล่งอ้างอิง:

• พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 มาตรา 16, 17, 18, 21, 54, 58 และ 150

• กฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนที่ 37 ก (8 มิ.ย. 2565)

• กรมสรรพสามิต: เอกสารมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 (EV 3.5) — www.excise.go.th

• BOI: ข่าวประชาสัมพันธ์ ฉบับ 96/2568 (มติบอร์ดอีวี 30 ก.ค. 2568) และฉบับ 154/2569 (มติบอร์ดอีวี 10 ก.ย. 2569)

• กรมประชาสัมพันธ์ (prd.go.th): รัฐบาลวางกลไกคุ้มเงินอุดหนุน EV ผลิตชดเชยไม่ครบดำเนินการรายกรณี ย้ำไม่เรียกคืนส่วนลดจากประชาชนผู้ซื้อรถ (25 ก.ย. 2569)

• ข่าวข้อเสนอขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า (กรุงเทพธุรกิจ 8 และ 20 ต.ค. 2569, ฐานเศรษฐกิจ 8 และ 20 ต.ค. 2569)

ขายรถหรือจะซื้อรถ EV เข้าบริษัท ให้เราดูแลบัญชีและภาษีรายเดือน

ทำบัญชีรายเดือน เริ่มต้น 3,000 บาท/เดือน รวมยื่น ภ.พ.30 ภ.ง.ด.1/3/53 และประกันสังคมทุกเดือน ปรึกษาฟรีทาง LINE

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อเราทาง LINE