
จดบริษัทเสร็จ เปิดร้านได้ แล้วเริ่มจ้างพนักงานคนแรก นี่คือจังหวะที่เจ้าของกิจการหลายคนลืมว่ามีงานราชการเพิ่มขึ้นมาอีกเรื่อง คือการขึ้นทะเบียนนายจ้างกับสำนักงานประกันสังคม กฎหมายให้เวลาเพียง 30 วัน และการขึ้นทะเบียนครั้งเดียวนี้ครอบคลุมทั้งกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน บทความนี้สรุปเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ว่าต้องยื่นแบบอะไร ใช้เอกสารอะไร ยื่นที่ไหน ทำออนไลน์ได้แค่ไหน และหลังขึ้นทะเบียนแล้วเดือนแรกต้องทำอะไรต่อ
จ้างลูกจ้างคนแรก ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างไหม
ต้องขึ้นทะเบียน กฎหมายประกันสังคมใช้กับนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ไม่ว่ากิจการจะเป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วน หรือร้านค้าบุคคลธรรมดา และไม่ว่าจะจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน รายวัน หรือจ้างแบบพาร์ตไทม์เป็นประจำ (ยกเว้นบางกลุ่มที่กฎหมายยังไม่ใช้บังคับ ดูด้านล่าง)
- ลูกจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียน: ลูกจ้างที่อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ถ้าเป็นผู้ประกันตนอยู่แล้วและอายุครบ 60 ปีโดยยังทำงานกับนายจ้างเดิม ให้ถือว่าเป็นผู้ประกันตนต่อไป (มาตรา 33)
- ลูกจ้างต่างด้าว: ขึ้นทะเบียนด้วยแบบเดียวกัน โดยกรอกเลขหนังสือเดินทางและเลขใบอนุญาตทำงานในแบบ สปส.1-03 และแนบสำเนาเอกสาร
- เจ้าของกิจการ: เจ้าของร้านค้าบุคคลธรรมดาเป็นนายจ้างเอง จึงขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการของตัวเองไม่ได้ ส่วนกรรมการบริษัทจะเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้ก็ต่อเมื่อมีฐานะเป็นลูกจ้างของบริษัท ซึ่งต้องดูข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี การขึ้นทะเบียนนายจ้างจึงเริ่มเมื่อมีลูกจ้างคนแรก ไม่ใช่เมื่อจดบริษัทเสร็จ
กลุ่มที่ตอนนี้ยังไม่อยู่ในบังคับ: ตามพระราชกฤษฎีกาที่ใช้อยู่ ได้แก่ ลูกจ้างของนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดาซึ่งงานนั้นไม่มีธุรกิจรวมอยู่ด้วย (เช่น แม่บ้าน คนสวน คนขับรถส่วนตัว) ลูกจ้างของนายจ้างที่ค้าเร่หรือค้าแผงลอย ลูกจ้างงานเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ ที่นายจ้างไม่ได้จ้างตลอดปีและไม่มีงานกิจการอื่นรวมอยู่ด้วย และลูกจ้างที่จ้างไว้ทำงานเป็นครั้งคราว เป็นการจร หรือตามฤดูกาล คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการขยายมาตรา 33 ไปยังลูกจ้างงานเพาะปลูก ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ ลูกจ้างของนายจ้างบุคคลธรรมดา และลูกจ้างแผงลอยแล้วเมื่อ 25 ส.ค. 2569 โดยร่างกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่ง ณ วันที่ 25 ต.ค. 2569 ยังไม่ประกาศ ถ้าไม่แน่ใจว่ากิจการของคุณอยู่ในบังคับหรือไม่ ให้สอบถามสำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือสายด่วน 1506
ต้องขึ้นทะเบียนภายในกี่วัน ใช้แบบอะไร
| เรื่อง | แบบที่ใช้ | กำหนดเวลา |
|---|---|---|
| ขึ้นทะเบียนนายจ้าง (ครั้งแรกที่มีลูกจ้าง) | สปส.1-01 | ภายใน 30 วันนับจากวันที่มีลูกจ้าง พร้อมขึ้นทะเบียนลูกจ้าง (มาตรา 34) |
| ขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน (แจ้งเข้า) | สปส.1-03 | ภายใน 30 วันนับจากวันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน (มาตรา 34) |
| แจ้งลูกจ้างลาออกหรือพ้นสภาพ (แจ้งออก) | สปส.6-09 | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลูกจ้างออก |
| แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่แจ้งไว้ | ตามแบบที่ สปส. กำหนด | ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง (มาตรา 44) |
สปส.1-01 คือแบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง ในแบบจะถามชื่อและที่อยู่สถานประกอบการ รายชื่อเจ้าของหรือกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม จำนวนลูกจ้าง สาขา (ถ้ามี) วันที่เริ่มมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน ผู้รับเหมาช่วง (ถ้ามี) ประเภทกิจการ และค่าจ้างโดยประมาณต่อเดือน
สปส.1-03 คือแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน ใช้ได้ทั้งลูกจ้างที่ไม่เคยขึ้นทะเบียนและลูกจ้างที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาก่อน ในแบบจะระบุวันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน ประเภทการจ้าง (รายวัน รายเดือน หรืออื่น ๆ) ข้อมูลลูกจ้าง และสถานพยาบาลที่ลูกจ้างเลือก 3 ลำดับ (หรือคงสถานพยาบาลเดิม ถ้ามีบัตรรับรองสิทธิอยู่แล้ว) วันที่เข้าทำงานต้องกรอกให้ตรงความจริง เพราะแบบระบุว่ามีผลต่อการขอรับประโยชน์ทดแทนของลูกจ้าง
นอกจากนี้ ทุกครั้งที่แจ้งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน แบบ สปส.1-03 กำหนดให้นายจ้างกรอกข้อมูลลูกจ้างลงในทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.6-07) เก็บไว้ที่กิจการด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจได้
เตรียมเอกสารอะไรบ้าง
ตามรายการเอกสารที่พิมพ์อยู่ด้านหลังแบบ สปส.1-01 ของสำนักงานประกันสังคม
กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนนิติบุคคล
- แบบ สปส.1-01 ลงชื่อโดยกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการที่มีอำนาจ และประทับตรา (ถ้ามี)
- แผนที่ตั้งและภาพถ่ายของสถานประกอบการ
- หลักฐานแสดงตัวของนายจ้าง: กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการคนไทยใช้บัตรประจำตัวประชาชน ถ้าเป็นคนต่างด้าวใช้หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตทำงาน วีซ่า หรือเอกสารอื่นตามที่แบบกำหนด
- หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ (เฉพาะกรณีให้คนอื่นยื่นแทน)
กรณีเจ้าของคนเดียว (ร้านค้าบุคคลธรรมดา) หรือกิจการร่วมค้า
- แบบ สปส.1-01
- แผนที่ตั้งและภาพถ่ายของสถานประกอบการ
- บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของ (กิจการร่วมค้าใช้หลักฐานของผู้มีอำนาจลงนาม)
- หนังสือสัญญาเช่า หรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน นิติบุคคลอาคารชุด มูลนิธิ สมาคม และสหกรณ์ ต้องแนบข้อบังคับหรือรายงานการประชุมแต่งตั้งผู้จัดการเพิ่ม ส่วนนายจ้างที่เป็นผู้รับเหมาช่วงหรือรับเหมาค่าแรงให้แนบสัญญาว่าจ้าง แบบฟอร์มระบุไว้ด้วยว่าเอกสารแต่ละประเภทขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและลักษณะของนายจ้าง จึงควรเช็กกับสำนักงานพื้นที่อีกครั้งก่อนยื่น
ฝั่งลูกจ้าง ให้เตรียมแบบ สปส.1-03 ที่นายจ้างกรอกข้อมูลนายจ้าง และลูกจ้างกรอกข้อมูลส่วนตัวกับสถานพยาบาลที่เลือก แล้วลงชื่อทั้งสองฝ่าย ถ้าเป็นลูกจ้างต่างด้าว ให้แนบสำเนาหนังสือเดินทาง (หรือเอกสารอื่นที่ใช้แทน) และสำเนาใบอนุญาตทำงาน
ยื่นที่ไหน และยื่นออนไลน์ได้ไหม
ยื่นที่สำนักงาน: นายจ้างที่สำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ยื่นที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1–12 ส่วนต่างจังหวัด ยื่นที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัดหรือสาขาที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ไม่มีค่าธรรมเนียม ถ้ายื่นทางไปรษณีย์หรือฝากคนอื่นยื่นแล้วเอกสารไม่ครบ สำนักงานจะแจ้งให้ส่งเพิ่มภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง
ขึ้นทะเบียนนายจ้างทางอิเล็กทรอนิกส์: ข้อมูลกระบวนงานของสำนักงานประกันสังคมระบุว่า การขึ้นทะเบียนนายจ้างทางอิเล็กทรอนิกส์ดำเนินการผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เฉพาะนิติบุคคล แต่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปลี่ยนมาใช้ระบบ DBD Biz Regist แล้ว และ ณ วันที่ 25 ต.ค. 2569 ยังไม่พบประกาศทางการว่าระบบใหม่มีตัวเลือกนี้หรือไม่ ร้านค้าบุคคลธรรมดาให้ยื่นที่สำนักงานหรือส่งทางไปรษณีย์ ส่วนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่อยากยื่นทางออนไลน์ ให้สอบถามสายด่วน 1506 ก่อนว่ายังใช้ช่องทางนี้ได้หรือไม่
หลังได้เลขที่บัญชีนายจ้าง ให้สมัคร e-Service: เมื่อขึ้นทะเบียนเสร็จ สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งเลขที่บัญชีนายจ้าง ประเภทกิจการ และอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน จากนั้นให้สมัครเมนู "ขอทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ต" ในระบบ e-Service ที่ www.sso.go.th สำนักงานประกันสังคมอธิบายว่าเมื่อลงทะเบียนเสร็จ ระบบจะส่งอีเมลให้พิมพ์แบบ สปส.1-05 ไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ก่อน เจ้าหน้าที่จึงจะอนุมัติชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน (ขั้นตอนนี้เป็นไปตามที่สำนักงานประกันสังคมเผยแพร่ในเดือนมกราคม 2568 สำนักงานประกันสังคมปรับระบบงานใหม่หลังจากนั้น จึงควรตรวจขั้นตอนล่าสุดในหน้า e-Service หรือสายด่วน 1506) หลังจากนั้นนายจ้างทำงานเหล่านี้ทางออนไลน์ได้
- ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (สปส.1-03) สำหรับลูกจ้างคนต่อ ๆ ไป
- แจ้งลูกจ้างออก (สปส.6-09)
- แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ประกันตน (สปส.6-10)
- ยื่นข้อมูลเงินสมทบรายเดือน (สปส.1-10) และชำระผ่าน e-Payment
การยื่น สปส.1-10 ผ่าน e-Service และชำระผ่าน e-Payment ยังได้ขยายเวลาอีก 7 วันทำการนับจากวันที่พ้นกำหนดวันที่ 15 สำหรับค่าจ้างงวดมกราคม 2568 ถึงธันวาคม 2572 ตามประกาศกระทรวงแรงงาน ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2567
ขึ้นทะเบียนครั้งเดียว ได้ทั้งกองทุนเงินทดแทน
แบบ สปส.1-01 มีช่องสำหรับเจ้าหน้าที่ทั้งกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน นายจ้างจึงไม่ต้องยื่นแบบขึ้นทะเบียนแยก ในขั้นอนุมัติ เจ้าหน้าที่จะกำหนดรหัสประเภทกิจการและอัตราเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน แล้วแจ้งเลขที่บัญชีนายจ้างพร้อมใบประเมินเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน
สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับกองทุนเงินทดแทนตั้งแต่วันแรก
- คุ้มครองอะไร: ลูกจ้างที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน
- ใครจ่าย: นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว ห้ามหักจากค่าจ้างลูกจ้าง
- อัตรา: ระหว่าง 0.2–1.0% ของค่าจ้าง ตามประเภทกิจการที่กำหนดในประกาศกระทรวงแรงงาน คิดจากค่าจ้างคนละไม่เกิน 240,000 บาทต่อปี (ตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ณ ปี 2569)
- จ่ายอย่างไร: เงินสมทบกองทุนนี้จ่ายเป็นรายปีจากค่าจ้างโดยประมาณ ไม่ได้รวมอยู่ใน สปส.1-10 รายเดือน ปีแรกกฎหมายให้นายจ้างยื่นแบบขึ้นทะเบียนและจ่ายเงินสมทบภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบ (พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 44) ยอดที่ต้องจ่ายเป็นไปตามใบประเมินที่ได้รับตอนขึ้นทะเบียน ถ้าจ่ายช้าต้องเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน แต่รวมแล้วไม่เกินจำนวนเงินสมทบ (มาตรา 46)
- รายงานค่าจ้างจริงทุกปี: ยื่นแบบ กท.20ก ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป เช่น กิจการที่เริ่มมีลูกจ้างในปี 2569 ต้องรายงานค่าจ้างที่จ่ายจริงของปี 2569 ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 ถ้าเงินที่จ่ายไว้ไม่ตรงกับค่าจ้างจริง สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ชำระเพิ่มหรือคืนส่วนที่เกิน
ส่วนข่าวการลดเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน (เพิ่มส่วนลดตามสถิติการประสบอันตราย) ที่จะมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 ณ วันที่ 25 ตุลาคม 2569 ยังไม่พบประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงยังใช้อัตราตามใบประเมินที่ได้รับไปก่อน
หลังขึ้นทะเบียนแล้ว เดือนแรกต้องทำอะไร
เมื่อขึ้นทะเบียนแล้ว หน้าที่ประจำเดือนเริ่มทันที
- หักเงินสมทบทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง: หักค่าจ้างลูกจ้าง 5% และนายจ้างสมทบเองอีก 5% คิดจากค่าจ้างจริง ถ้าต่ำกว่า 1,650 บาท ให้ใช้ 1,650 บาท ถ้าเกิน 17,500 บาท ให้ใช้ 17,500 บาท (ค่าจ้างปี 2569–2571) จึงจ่ายฝ่ายละไม่เกิน 875 บาทต่อคนต่อเดือน
- ยื่น สปส.1-10 และนำส่งเงิน: ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (มาตรา 47) หรือขยายอีก 7 วันทำการถ้ายื่นผ่าน e-Service และชำระผ่าน e-Payment
- รับลูกจ้างเพิ่ม: แจ้งเข้าด้วย สปส.1-03 ภายใน 30 วันนับจากวันเข้าทำงานทุกครั้ง
- ลูกจ้างออก: แจ้งออกด้วย สปส.6-09 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลูกจ้างออก
ตัวอย่าง: รับพนักงานคนแรกเข้าทำงาน 3 พฤศจิกายน 2569
บริษัทเพิ่งจดทะเบียน รับพนักงานบัญชีคนแรกเข้าทำงานวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 สมมติจ่ายค่าจ้างงวดเดือนพฤศจิกายนจริง 12,000 บาท
| ขั้น | ทำอะไร | ภายในเมื่อไร |
|---|---|---|
| 1 | ยื่น สปส.1-01 (นายจ้าง) พร้อม สปส.1-03 (พนักงาน) | ภายใน 30 วันนับจากวันที่ 3 พ.ย. 2569 เพื่อความปลอดภัยให้ยื่นไม่เกินวันพุธที่ 2 ธ.ค. 2569 และแนะนำให้ยื่นให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน |
| 2 | ชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนปีแรกตามใบประเมิน | ภายใน 30 วันเช่นเดียวกับการขึ้นทะเบียน (พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 44) จึงควรชำระทันทีที่ได้รับใบประเมิน |
| 3 | หักค่าจ้างพนักงาน 12,000 × 5% = 600 บาท บริษัทสมทบอีก 600 บาท | ตอนจ่ายค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน |
| 4 | ยื่น สปส.1-10 งวดค่าจ้างพฤศจิกายน และนำส่งรวม 1,200 บาท | ภายในวันที่ 15 ธ.ค. 2569 (หรือขยาย 7 วันทำการถ้ายื่นและชำระออนไลน์) |
| 5 | ยื่น กท.20ก รายงานค่าจ้างจริงปี 2569 | ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 |
ไม่ขึ้นทะเบียน หรือขึ้นทะเบียนช้า มีผลอย่างไร
- โทษอาญา: นายจ้างที่โดยเจตนาไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนภายในกำหนดตามมาตรา 34 หรือไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงภายในกำหนดตามมาตรา 44 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 96)
- โทษฝั่งกองทุนเงินทดแทน: นายจ้างที่ไม่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนนายจ้างหรือไม่จ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนภายใน 30 วัน หรือไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงภายในกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 62) และเงินสมทบที่จ่ายช้าต้องเสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน รวมแล้วไม่เกินจำนวนเงินสมทบ (มาตรา 46)
- ยื่นแบบเป็นเท็จ หรือไม่ยื่น สปส.1-10: นายจ้างที่ยื่นแบบขึ้นทะเบียนหรือแจ้งการเปลี่ยนแปลงอันเป็นเท็จ เช่น นำคนที่ไม่ใช่ลูกจ้างมาขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน หรือไม่ยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ (สปส.1-10) ภายในกำหนดตามมาตรา 47 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 97)
- กรรมการต้องรับผิดด้วย: ถ้านายจ้างเป็นนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ที่สั่งการหรือกระทำการ หรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการตามหน้าที่ จนเป็นเหตุให้นิติบุคคลกระทำความผิด ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้นด้วย (มาตรา 101)
- เงินสมทบที่ค้างยังต้องจ่าย พร้อมเงินเพิ่ม: การขึ้นทะเบียนช้าไม่ได้ทำให้หน้าที่จ่ายเงินสมทบของเดือนที่ผ่านมาหายไป นายจ้างที่นำส่งไม่ครบภายในกำหนดต้องจ่ายเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง นับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่ง แต่รวมแล้วไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่ต้องจ่าย (มาตรา 49) ยอดที่แน่นอนให้ตรวจจากระบบ e-Service หรือสำนักงานประกันสังคมพื้นที่
- ถ้าไม่ได้หักค่าจ้างลูกจ้างไว้: นายจ้างต้องรับผิดจ่ายส่วนของลูกจ้างเต็มจำนวนพร้อมเงินเพิ่มเอง ส่วนลูกจ้างยังได้รับสิทธิเหมือนส่งเงินสมทบครบแล้ว (มาตรา 49 วรรคสอง)
สำนักงานประกันสังคมเคยออกข่าวเตือน (16 ม.ค. 2568) ว่าการแจ้งเข้าแจ้งออกล่าช้าทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิหรือได้ประโยชน์ทดแทนไม่ถูกต้อง และถ้าพบว่านายจ้างเจตนาแจ้งล่าช้า จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เรื่องที่ต้องติดตามต่อ
- เพดานค่าจ้างเปลี่ยนในปี 2572: ฐานค่าจ้างสูงสุด 17,500 บาทใช้กับค่าจ้างปี 2569–2571 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 เพดานเพิ่มเป็น 20,000 บาท (ฝ่ายละไม่เกิน 1,000 บาท) ตามกฎกระทรวงที่ประกาศแล้ว
- เมื่อมีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คน: ยังมีกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแยกจากประกันสังคม ใช้กับลูกจ้างที่ไม่ได้อยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ เริ่มเก็บกับค่าจ้างตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 (งวดแรกนำส่งภายใน 15 พ.ย. 2569) ครม. รับทราบหลักการให้เลื่อนเป็น 1 ม.ค. 2570 แต่ ณ วันที่ 25 ต.ค. 2569 พระราชกฤษฎีกาเลื่อนวันยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ขยายมาตรา 33 ไปยังลูกจ้างงานบ้าน งานเกษตร และแผงลอย: ครม. อนุมัติหลักการ 25 ส.ค. 2569 รอพระราชกฤษฎีกา (มีผล 180 วันหลังประกาศ)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: จดบริษัทแล้วแต่ยังไม่มีลูกจ้าง ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคมเลยไหม?
A: หน้าที่ขึ้นทะเบียนเกิดขึ้นเมื่อมีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คน กฎหมายให้ยื่นภายใน 30 วันนับจากวันที่มีลูกจ้าง ส่วนกรรมการหรือเจ้าของที่ไม่ได้เป็นลูกจ้าง ไม่ทำให้เกิดหน้าที่นี้
Q: ขึ้นทะเบียนนายจ้างประกันสังคม เสียค่าธรรมเนียมไหม?
A: ไม่มีค่าธรรมเนียม ตามข้อมูลกระบวนงานของสำนักงานประกันสังคม
Q: ขึ้นทะเบียนนายจ้างออนไลน์ได้ไหม?
A: ข้อมูลของสำนักงานประกันสังคมระบุว่าการขึ้นทะเบียนนายจ้างทางอิเล็กทรอนิกส์ทำผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเฉพาะนิติบุคคล แต่หลังกรมฯ เปลี่ยนมาใช้ระบบ DBD Biz Regist ยังไม่พบประกาศยืนยัน จึงควรสอบถามสายด่วน 1506 ก่อน ร้านค้าบุคคลธรรมดายื่นที่สำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือส่งทางไปรษณีย์ หลังได้เลขที่บัญชีนายจ้างแล้ว ให้สมัคร e-Service เพื่อแจ้งเข้า แจ้งออก และยื่น สปส.1-10 ทางออนไลน์
Q: พนักงานเคยมีประกันสังคมจากที่ทำงานเก่า ต้องใช้แบบอะไร?
A: ใช้แบบ สปส.1-03 เหมือนกัน โดยเลือกช่อง "เคยขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน" ถ้ามีบัตรรับรองสิทธิอยู่แล้วจะคงสถานพยาบาลเดิม หรือเลือกใหม่ตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม และยังต้องแจ้งภายใน 30 วันนับจากวันเข้าทำงาน
Q: กองทุนเงินทดแทนต้องขึ้นทะเบียนแยกไหม?
A: ไม่ต้องแยก แบบ สปส.1-01 ใช้ขึ้นทะเบียนทั้งกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน แต่เงินสมทบกองทุนเงินทดแทนนายจ้างจ่ายฝ่ายเดียวและจ่ายเป็นรายปีตามใบประเมิน แล้วรายงานค่าจ้างจริงด้วยแบบ กท.20ก ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป ส่วนปีแรกต้องจ่ายภายใน 30 วันเช่นเดียวกับการขึ้นทะเบียน
Q: ถ้าลืมขึ้นทะเบียนเกิน 30 วันแล้ว ควรทำอย่างไร?
A: ยื่นให้เร็วที่สุด และเตรียมนำส่งเงินสมทบประกันสังคมของเดือนที่ผ่านมาพร้อมเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน (รวมไม่เกินจำนวนเงินสมทบ) รวมทั้งเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนปีแรกตามใบประเมิน การยื่นช้ายังมีโทษอาญาตามกฎหมายทั้งสองฉบับ (พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 96 และ พ.ร.บ.เงินทดแทน มาตรา 62) ยิ่งยื่นเร็ว ความเสี่ยงยิ่งน้อย ยอดเงินที่ต้องจ่ายจริงให้ตรวจกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่
สรุป
จ้างลูกจ้างคนแรกเมื่อไร ให้นับ 30 วันทันที ภายในเวลานั้นต้องยื่น สปส.1-01 ขึ้นทะเบียนนายจ้าง พร้อม สปส.1-03 ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง ครั้งเดียวได้ทั้งกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน ไม่มีค่าธรรมเนียม เตรียมแผนที่และภาพถ่ายสถานประกอบการกับบัตรประชาชนของกรรมการหรือเจ้าของให้พร้อม เมื่อได้เลขที่บัญชีนายจ้างแล้วให้สมัคร e-Service จากนั้นหักและสมทบฝ่ายละ 5% ยื่น สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทุกเดือน แจ้งเข้าแจ้งออกให้ทันกำหนด และยื่น กท.20ก ทุกเดือนกุมภาพันธ์
ถ้าไม่อยากเสียเวลาเตรียมเอกสารและจำกำหนดยื่นเอง แพ็กเกจทำบัญชีรายเดือนของบริษัท พีพลัส การบัญชี จำกัด รวมการจัดทำเอกสารขึ้นทะเบียนนายจ้าง การยื่นประกันสังคม และการแจ้งเข้า–ออกลูกจ้างไว้แล้ว พร้อมยื่นภาษีประจำเดือน ภ.ง.ด.1 / 3 / 53 / 54 และ ภ.พ.30 / 36 ทางออนไลน์
แหล่งอ้างอิง:
• พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถึงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2558) มาตรา 33, 34, 44, 47, 49, 96, 97 และมาตรา 101 (แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. 2560)
• พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2561) มาตรา 44, 46 และ 62
• พระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการหรือลูกจ้างอื่นที่ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม พ.ศ. 2560 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 21 ก ลงวันที่ 18 ก.พ. 2560) มาตรา 3
• กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พ.ศ. 2568 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 81 ก ลงวันที่ 12 ธ.ค. 2568 มีผล 1 ม.ค. 2569)
• ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) พ.ศ. 2567 ลงวันที่ 27 ธ.ค. 2567 (ค่าจ้างงวด ม.ค. 2568 – ธ.ค. 2572)
• สำนักงานประกันสังคม: แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง สปส.1-01 (พร้อมรายการเอกสาร) — https://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/fe16acc5146f9a5416315bc7a5af6d07.pdf
• สำนักงานประกันสังคม: แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน สปส.1-03 (พร้อมคำเตือนและคำแนะนำการกรอกแบบ) — www.sso.go.th
• ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ: กระบวนงาน "การขึ้นทะเบียนนายจ้างกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน" (สำนักงานประกันสังคม) — https://info.go.th/procedure/94e56d2e-9ff5-4650-97f8-e9decf925d4c/view
• สำนักงานประกันสังคม: ข่าว "ประกันสังคม เข้ม นายจ้าง แจ้งเข้า–ออกลูกจ้าง ล่าช้า ระวังโทษ" (16 ม.ค. 2568), เงินสมทบและการชำระเงิน, ระบบ e-Service — www.sso.go.th
• สำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506




