หน้าแรก เกี่ยวกับเรา แพ็กเกจ บทความ ติดต่อเรา โทร 098-1498987
ภาษี

ซื้อรถ EV เข้าบริษัท หักค่าเสื่อม–เคลม VAT ได้ไหม

ซื้อรถ EV เข้าบริษัท หักค่าเสื่อมและเคลม VAT ได้ไหม สรุปภาษีรถยนต์ไฟฟ้าในนามนิติบุคคล
อัปเดตล่าสุด: 20 ตุลาคม 2569

ช่วงนี้มีข่าวว่ากระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. ให้ขึ้นภาษีสรรพสามิตรถ EV ที่นำเข้าทั้งคัน ซึ่งยังเป็นแค่ข้อเสนอ ไม่ใช่มติ ครม. เจ้าของกิจการหลายรายจึงคิดจะรีบออกรถไฟฟ้าก่อนสิ้นปี และถามต่อว่า "ซื้อในนามบริษัทดีไหม" ภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีที่ค่ายรถจ่ายและรวมอยู่ในราคารถแล้ว แต่ภาษีที่กระทบกำไรของบริษัทคุณไปอีกหลายปีคือค่าเสื่อมราคาและ VAT บทความนี้สรุปกฎสรรพากรเรื่องการซื้อรถไฟฟ้าในนามบริษัทแบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างตัวเลขเก๋งไฟฟ้าเทียบกับกระบะไฟฟ้า

สรุปเร็ว:
  • รถ EV ใช้กฎภาษีเดียวกับรถน้ำมัน ณ ต.ค. 2569 ไม่พบมาตรการหักรายจ่ายเพิ่มสำหรับรถยนต์นั่งไฟฟ้าที่บริษัทซื้อมาใช้
  • เก๋ง/SUV ไฟฟ้า (รถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง): หักค่าเสื่อมได้จากต้นทุนไม่เกิน 1,000,000 บาท ปีละไม่เกิน 20% และเคลมภาษีซื้อ (VAT) ไม่ได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถคันนั้นด้วย
  • กระบะไฟฟ้า (รวมกระบะ 4 ประตู) ที่ใช้ในกิจการ: ไม่ติดเพดาน 1 ล้าน และเคลม VAT ได้ ถ้าบริษัทจด VAT
  • เช่า/ลีสซิ่งรถยนต์นั่ง: ลงเป็นค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 36,000 บาทต่อคันต่อเดือน (รวม VAT แล้ว)
  • ค่าชาร์จไฟลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ ถ้ามีหลักฐานและใช้ในงานจริง ส่วนการใช้ส่วนตัวลงเป็นค่าใช้จ่ายไม่ได้

ภาษีสรรพสามิตรถ EV เกี่ยวกับบริษัทผู้ซื้อแค่ไหน

ภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ารถเป็นคนเสีย แล้วรวมไว้ในราคาขาย บริษัทผู้ซื้อไม่ต้องยื่นแบบหรือจ่ายภาษีนี้เอง ถ้าภาษีขึ้นจริง ผลที่บริษัทผู้ซื้อเห็นคือราคารถแพงขึ้น

ข้อเสนอที่เป็นข่าว (ณ 20 ต.ค. 2569) คือปรับภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้าทั้งคันเป็นราว 30% ของราคา ซึ่งยังไม่มีมติ ครม. อัตราและวันเริ่มใช้จึงอาจเปลี่ยนได้

ส่วนที่บริษัทต้องคิดเองคือหลังซื้อรถแล้ว จะลงค่าใช้จ่ายได้เท่าไร และเคลม VAT ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนที่เหลือของบทความนี้

ซื้อรถ EV เข้าบริษัท หักค่าเสื่อมได้เท่าไร

เพดาน 1 ล้านบาท ใช้กับรถยนต์นั่งไฟฟ้าด้วย

พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) มาตรา 5 กำหนดว่ารถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ให้หักค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1,000,000 บาท และพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 315) มาตรา 4(1) กำหนดว่าต้นทุนส่วนที่เกินคันละ 1 ล้านบาท ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย

ข้อยกเว้นมีเพียง 2 กรณี คือ รถของกิจการให้เช่ารถที่ไม่ได้ใช้ในกิจการอื่น และรถต้นแบบเพื่อการวิจัยที่ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิต ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับรถไฟฟ้า ดังนั้นเก๋งไฟฟ้าราคา 1.5 ล้านบาท ก็หักค่าเสื่อมได้จากฐาน 1 ล้านบาทเท่านั้น

อัตราค่าเสื่อม: ไม่เกิน 20% ต่อปี

  • รถยนต์หักค่าเสื่อมได้ไม่เกิน 20% ของต้นทุนต่อปี หรือใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี
  • ปีที่ซื้อให้คิดตามจำนวนวันที่มีรถ เช่น ซื้อเดือนกรกฎาคม ปีแรกจะหักได้ประมาณครึ่งปี
  • ถ้าซื้อแบบเช่าซื้อ ต้นทุนรถคือเงินที่ต้องจ่ายตามสัญญาทั้งหมด รวมส่วนที่เรียกว่าดอกเบี้ย (สำหรับรถยนต์นั่ง VAT ที่เคลมไม่ได้รวมอยู่ในต้นทุนด้วย ส่วนรถที่เคลม VAT ได้ เช่น กระบะ ใช้ต้นทุนไม่รวม VAT) ต้นทุนนี้ยังติดเพดาน 1 ล้านบาทสำหรับรถยนต์นั่ง และค่าเสื่อมที่หักในแต่ละปีต้องไม่เกินค่างวดเช่าซื้อที่จ่ายในปีนั้น

รถกระบะไฟฟ้าไม่ติดเพดาน 1 ล้าน

เพดาน 1 ล้านบาทใช้กับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตเท่านั้น กรมสรรพากรตอบข้อหารือเมื่อปี 2566 ว่าค่าเสื่อมราคาของรถกระบะ 4 ประตู (Double Cab) ที่ใช้ในกิจการ ไม่เป็นรายจ่ายต้องห้าม (สำหรับต้นทุนที่เกิดตั้งแต่ 16 ก.ย. 2560) จึงหักค่าเสื่อมได้จากต้นทุนเต็มจำนวน

ประเด็นสำคัญคือรถคันนั้นต้องเป็นรถกระบะตามกฎหมายภาษีสรรพสามิต จะดูแค่รูปทรงรถไม่ได้ ก่อนซื้อจึงควรให้ผู้ขายยืนยันประเภทรถและดูรายการในใบคู่มือจดทะเบียน

รถไฟฟ้า เคลม VAT ได้ไหม

เก๋ง/SUV ไฟฟ้า: เคลมไม่ได้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ข้อ 2(1) ออกตามมาตรา 82/5(6) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดว่า ภาษีซื้อจากการซื้อ เช่าซื้อ เช่า หรือรับโอนรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน รวมทั้งภาษีซื้อจากสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับรถคันนั้น เป็นภาษีซื้อต้องห้าม นำมาหักภาษีขายใน ภ.พ.30 ไม่ได้ ภาษีซื้อต้องห้ามนี้ไม่สูญเปล่า บริษัทนำไปรวมเป็นต้นทุนรถแล้วทยอยหักผ่านค่าเสื่อมได้ (แต่ยังติดเพดาน 1 ล้านบาท)

ข้อยกเว้นมี 3 กรณี คือ กิจการขายรถยนต์นั่ง กิจการให้เช่ารถยนต์นั่งของตนเองโดยตรง และกิจการรับประกันวินาศภัยสำหรับรถดังกล่าว บริษัททั่วไปที่ซื้อรถมาใช้เองจึงเคลม VAT ไม่ได้ ไม่ว่ารถจะเป็นไฟฟ้าหรือน้ำมัน

กระบะไฟฟ้า: เคลมได้ ถ้าใช้ในกิจการ

ข้อห้ามข้างต้นไม่รวมรถกระบะ กรมสรรพากรตอบข้อหารือปี 2566 ว่าภาษีซื้อที่เกี่ยวกับรถกระบะ 4 ประตูที่ใช้ในกิจการไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้าม บริษัทที่จด VAT จึงนำภาษีซื้อมาหักภาษีขายใน ภ.พ.30 ได้ โดยต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบที่ระบุชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัท

ข้อควรระวัง: ถ้าดัดแปลงรถที่ไม่ใช่รถยนต์นั่งให้เป็นรถยนต์นั่งภายใน 3 ปี ภาษีซื้อที่เคยเคลมจะเป็นภาษีซื้อต้องห้าม (ประกาศ VAT ฉบับที่ 42 ข้อ 2(11))

ตารางเปรียบเทียบ: เก๋งไฟฟ้า vs กระบะไฟฟ้า ในนามบริษัท

ประเด็นเก๋ง / SUV ไฟฟ้า (รถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง)กระบะไฟฟ้า (ตามกฎหมายสรรพสามิต) ที่ใช้ในกิจการ
ฐานหักค่าเสื่อมต้นทุนไม่เกิน 1,000,000 บาทต้นทุนเต็มจำนวน
อัตราค่าเสื่อมไม่เกิน 20% ต่อปีไม่เกิน 20% ต่อปี
VAT ตอนซื้อเคลมไม่ได้ (ภาษีซื้อต้องห้าม)เคลมได้ ถ้าบริษัทจด VAT
VAT ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถ (ซ่อม ประกัน ชาร์จไฟ)เคลมไม่ได้เคลมได้ ถ้าใช้ในกิจการ
เช่า/ลีสซิ่งลงค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 36,000 บาท/เดือน (รวม VAT)ไม่ติดเพดาน 36,000
ใช้ส่วนตัวลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทไม่ได้ลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทไม่ได้
เปรียบเทียบภาษีรถยนต์ไฟฟ้าในนามบริษัท เก๋งไฟฟ้าหักค่าเสื่อมจากต้นทุนไม่เกิน 1 ล้านบาทและเคลม VAT ไม่ได้ ส่วนกระบะไฟฟ้าที่ใช้ในกิจการหักค่าเสื่อมได้เต็มต้นทุนและเคลม VAT ได้

ตัวอย่างคำนวณ: เก๋งไฟฟ้า 1.5 ล้าน vs กระบะไฟฟ้า 9 แสน

สมมติบริษัทจด VAT ซื้อรถเงินสดวันที่ 1 มกราคม ใช้ในงานของบริษัททั้งหมด ราคารถรวม VAT 7% แล้ว และหักค่าเสื่อมแบบเส้นตรง 20% ต่อปี

รายการเก๋งไฟฟ้า 1,500,000 บาทกระบะไฟฟ้า 900,000 บาท
VAT ในราคารถ (ราคา x 7/107)98,130.8458,878.50
เคลม VAT ใน ภ.พ.30ไม่ได้ (0)ได้ 58,878.50
ต้นทุนรถในบัญชี1,500,000.00 (VAT ที่เคลมไม่ได้รวมเป็นต้นทุน)841,121.50 (ไม่รวม VAT)
ฐานหักค่าเสื่อมทางภาษี1,000,000.00 (ติดเพดาน)841,121.50
ค่าเสื่อมต่อปี (20%)200,000.00168,224.30
ค่าเสื่อมรวม 5 ปี1,000,000.00841,121.50
ส่วนที่ลงค่าใช้จ่ายไม่ได้เลย500,000.000
ส่วนของราคารถที่นำไปลดภาษีได้ (หักเป็นค่าเสื่อม + เคลม VAT)1,000,000 จาก 1,500,000 (ประมาณ 67%)900,000 จาก 900,000 (100%)

หมายเหตุ: VAT ที่เคลมได้ลดภาษีที่ต้องจ่ายเต็มจำนวน ส่วนค่าเสื่อมลดภาษีได้เท่ากับค่าเสื่อม x อัตราภาษีของบริษัท

อ่านตัวเลขอย่างไร

  • เก๋งไฟฟ้า 1.5 ล้าน: บริษัทลงค่าใช้จ่ายได้ปีละ 200,000 บาท ถ้าบริษัทเสียภาษีอัตรา 20% จะประหยัดภาษีได้ประมาณปีละ 40,000 บาท แต่เงินอีก 500,000 บาทจะไม่ได้ลดภาษีเลย ตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ต้องบวกค่าเสื่อมส่วนที่เกินเพดานกลับ
  • กระบะไฟฟ้า 9 แสน: ได้ VAT คืนผ่าน ภ.พ.30 ประมาณ 58,879 บาท และลงค่าเสื่อมได้ครบทั้งคัน
  • บริษัท SME ที่ได้อัตราภาษีขั้นบันได จะประหยัดภาษีจากค่าเสื่อมได้น้อยกว่าตัวอย่างนี้ ให้ผู้ทำบัญชีคำนวณจากกำไรจริงของบริษัท

ซื้อขาด เช่าซื้อ หรือลีสซิ่ง แบบไหนคุ้ม

วิธีลงค่าใช้จ่ายได้อย่างไร (รถยนต์นั่ง)VAT (รถยนต์นั่ง)
ซื้อเงินสดค่าเสื่อม 20% ต่อปี จากต้นทุนไม่เกิน 1 ล้านเคลมไม่ได้
เช่าซื้อ (ไฟแนนซ์)ค่าเสื่อมเหมือนซื้อเงินสด (แต่ไม่เกินค่างวดที่จ่ายในปีนั้น)เคลมไม่ได้
ลีสซิ่ง / เช่ารายเดือนค่าเช่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 36,000 บาทต่อคันต่อเดือน รวม VAT (เช่ารายวันไม่เกิน 1,200 บาทต่อวัน)เคลมไม่ได้

เพดาน 36,000 บาทมาจากพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 315) มาตรา 4(2) ซึ่งยังใช้บังคับอยู่ ถ้าลีสซิ่งเก๋งไฟฟ้าค่าเช่าเดือนละ 45,000 บาท (รวม VAT) บริษัทลงค่าใช้จ่ายได้ 36,000 บาท ส่วนอีก 9,000 บาทต่อเดือน (ปีละ 108,000 บาท) ลงค่าใช้จ่ายไม่ได้

ถ้าสิ้นสัญญาลีสซิ่งแล้วบริษัทซื้อรถต่อ รถจะเป็นทรัพย์สินของบริษัท และหักค่าเสื่อมได้ภายใต้เพดาน 1 ล้านบาทเช่นเดิม

สรุปสั้น ๆ: ถ้ารถราคาเกิน 1 ล้านบาท ทั้งซื้อและเช่าจะมีส่วนที่ลงค่าใช้จ่ายไม่ได้ ให้คำนวณทั้งสองแบบก่อนเซ็นสัญญา

ค่าชาร์จรถไฟฟ้า ลงเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ไหม

ค่าไฟชาร์จรถเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ ถ้าใช้ในงานของบริษัทจริงและมีหลักฐาน ส่วน VAT ของค่าชาร์จให้ดูประเภทรถ คือเก๋ง/SUV ไฟฟ้าเคลมไม่ได้ เพราะเป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั่ง แต่กระบะไฟฟ้าที่ใช้ในกิจการเคลมได้

ชาร์จที่ไหนหลักฐานที่ควรมีข้อควรระวัง
สถานีชาร์จสาธารณะใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบหรือใบเสร็จในนามบริษัท ระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีขอใบกำกับภาษีในนามบริษัททุกครั้ง หรือใช้บัญชีแอปของบริษัท
ที่สำนักงานบิลค่าไฟในนามบริษัทถ้าติดตั้งเครื่องชาร์จ ให้บันทึกเป็นทรัพย์สินของบริษัท VAT ของเครื่องชาร์จและค่าไฟส่วนที่ใช้ชาร์จเก๋ง/SUV ไฟฟ้า เข้าข่ายภาษีซื้อต้องห้าม
ที่บ้านกรรมการบิลค่าไฟเป็นชื่อบุคคลแยกค่าไฟรถกับค่าไฟบ้านได้ยาก ควรติดมิเตอร์แยกหรือเก็บบันทึกการชาร์จ ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ เสี่ยงถูกตัดเป็นรายจ่ายส่วนตัว

ใช้รถบริษัทเป็นการส่วนตัว มีผลอย่างไร

  • ประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) กำหนดว่ารายจ่ายที่เป็นการส่วนตัว และรายจ่ายที่ไม่ได้ใช้เพื่อกิจการ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายของบริษัท ถ้ารถคันนั้นใช้ไปเที่ยว รับส่งลูก หรือใช้เป็นรถประจำครอบครัว สรรพากรอาจตัดค่าเสื่อมและค่าใช้จ่ายของรถคันนั้นออก
  • ถ้าบริษัทให้กรรมการหรือพนักงานใช้รถเป็นการส่วนตัว ประโยชน์ที่ได้รับอาจต้องรวมเป็นเงินได้ของคนนั้น (พนักงาน: มาตรา 40(1); กรรมการที่ไม่ได้เป็นลูกจ้าง: มาตรา 40(2)) และบริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกรณี
  • วิธีป้องกัน: ทำบันทึกการใช้รถ (วันที่ ไปที่ไหน ทำงานอะไร) เก็บรูปเลขไมล์ และมีระเบียบการใช้รถของบริษัท

ขายรถ EV ของบริษัทภายหลัง ต้องรู้อะไร

  • ถ้าบริษัทจด VAT และรถนั้นใช้ในกิจการที่ต้องเสีย VAT การขายรถถือเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1(8) และ 77/2 ต้องออกใบกำกับภาษีและเสีย VAT 7% จากราคาขาย แม้ตอนซื้อจะเคลม VAT ไม่ได้ก็ตาม (ถ้าใช้ในกิจการที่ได้รับยกเว้น VAT ให้ปรึกษาผู้ทำบัญชี)
  • กำไรหรือขาดทุนจากการขายรถต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับเก๋งที่ราคาเกิน 1 ล้าน ต้นทุนทางภาษีจะต่างจากตัวเลขในบัญชี ผู้ทำบัญชีต้องปรับตอนปิดงบ
  • การขายรถให้กรรมการหรือบริษัทในเครือ ควรขายในราคาตลาด ถ้าขายถูกกว่าตลาดโดยไม่มีเหตุผลสมควร สรรพากรมีอำนาจประเมินราคาตามราคาตลาดได้

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

  • "รถ EV หักค่าเสื่อมได้เต็มราคา" ไม่จริง รถยนต์นั่งไฟฟ้าติดเพดาน 1 ล้านบาทเหมือนรถน้ำมัน
  • "รถไฟฟ้าเคลม VAT ได้เพราะรัฐส่งเสริม" ไม่จริง เก๋ง/SUV ไฟฟ้าเป็นภาษีซื้อต้องห้าม มีแค่รถประเภทกระบะ (หรือรถที่ไม่ใช่รถยนต์นั่ง) ที่เคลมได้
  • "จดทะเบียนกระบะแต่ใช้เป็นรถส่วนตัวก็เคลมได้" ไม่ได้ ต้องใช้ในกิจการจริง ถ้าใช้ส่วนตัว ค่าใช้จ่ายและภาษีซื้อจะถูกตัด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ซื้อรถไฟฟ้าในนามบริษัท คุ้มกว่าซื้อในนามส่วนตัวไหม
A: ขึ้นกับว่ารถใช้ในงานจริงแค่ไหนและราคารถเท่าไร ถ้าเป็นรถยนต์นั่งราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทและใช้ในงานเป็นหลัก บริษัทลงค่าเสื่อมได้ครบ แต่ถ้าราคาสูงกว่านั้น ส่วนเกินจะไม่ได้ลดภาษี และถ้าใช้ส่วนตัวเป็นหลัก การซื้อในนามบริษัทเสี่ยงถูกตัดรายจ่าย

Q: รถกระบะไฟฟ้า เคลม VAT ได้ไหม
A: ได้ ถ้าเป็นรถกระบะตามกฎหมายภาษีสรรพสามิต ใช้ในกิจการ บริษัทจด VAT และมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในนามบริษัท

Q: รถ EV ราคาไม่ถึง 1 ล้าน หักค่าเสื่อมได้เต็มไหม
A: ได้เต็มต้นทุน ปีละไม่เกิน 20% แต่ VAT ของรถยนต์นั่งยังเคลมไม่ได้เหมือนเดิม

Q: ลีสซิ่งรถไฟฟ้า 36,000 บาท รวม VAT หรือยัง
A: รวมแล้ว พระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 315) กำหนดเพดานค่าเช่ารถยนต์นั่งคันละ 36,000 บาทต่อเดือน โดยรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

Q: ค่าชาร์จรถไฟฟ้าที่บ้าน บริษัทจ่ายให้ได้ไหม
A: จ่ายได้ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นค่าไฟที่ใช้ชาร์จรถเพื่องานบริษัท เช่น มีมิเตอร์แยกหรือบันทึกการชาร์จ ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ เสี่ยงถูกมองเป็นรายจ่ายส่วนตัว บิลค่าไฟเป็นชื่อบุคคล บริษัทจึงเคลม VAT ไม่ได้ และถ้าจ่ายเป็นเงินเหมาโดยไม่มีหลักฐานการชาร์จ อาจถือเป็นเงินได้ของกรรมการ

Q: ซื้อรถ EV ได้สิทธิหักรายจ่ายเพิ่มหรือลดหย่อนภาษีพิเศษไหม
A: สำหรับรถยนต์นั่งไฟฟ้าที่บริษัทซื้อมาใช้ ไม่พบมาตรการหักรายจ่ายเพิ่มในกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ ให้ใช้กฎค่าเสื่อมและ VAT ตามปกติ ถ้าพบโฆษณาว่ามีสิทธิพิเศษ ให้ขอดูชื่อกฎหมายหรือประกาศที่อ้างก่อน

สรุป

ซื้อรถ EV เข้าบริษัท ใช้กฎภาษีเดียวกับรถทั่วไป เก๋งหรือ SUV ไฟฟ้าหักค่าเสื่อมได้จากต้นทุนไม่เกิน 1 ล้านบาท ปีละไม่เกิน 20% และเคลม VAT ไม่ได้ ส่วนกระบะไฟฟ้าที่ใช้ในกิจการไม่ติดเพดานและเคลม VAT ได้ ถ้าเช่าหรือลีสซิ่งรถยนต์นั่ง ลงค่าใช้จ่ายได้ไม่เกิน 36,000 บาทต่อเดือน ค่าชาร์จไฟลงได้ถ้ามีหลักฐาน และอย่านำรถบริษัทไปใช้ส่วนตัว ก่อนออกรถจึงควรเทียบตัวเลขทั้งแบบซื้อ เช่าซื้อ และลีสซิ่ง ระหว่างเก๋งกับกระบะ ให้เห็นภาษีที่บริษัทได้คืนจริง

ก่อนออกรถในนามบริษัท ส่งใบเสนอราคามาให้เราช่วยดูภาษีได้ทาง LINE @pplus.ac บริษัท พีพลัส การบัญชี จำกัด มีบริการทำบัญชีรายเดือน เริ่มต้น 3,000 บาท/เดือน บันทึกค่าใช้จ่ายรถและแยกภาษีซื้อต้องห้ามให้ถูกต้องทุกเดือน รวมยื่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1/3/53, ภ.ง.ด.51, ภ.ง.ด.1ก และประกันสังคม พร้อมแจ้งเข้า–ออกพนักงาน ยื่นออนไลน์ทั้งหมด ส่งเอกสารภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไปผ่าน LINE ไปรษณีย์ หรือให้สำนักงานเข้าไปรับ และเข้ามาพบที่สำนักงานได้ทุกครั้ง ส่วนการบันทึกรถเป็นทรัพย์สิน คำนวณค่าเสื่อม และปรับปรุงค่าเสื่อมส่วนที่เกินเพดานตอนสิ้นปี อยู่ในบริการปิดงบการเงิน เริ่มต้น 10,000 บาท/ปี

แหล่งอ้างอิง:

• พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 มาตรา 4 และมาตรา 5 — rd.go.th/2369.html

• พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยรายจ่ายที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 มาตรา 4(1) และ 4(2) — rd.go.th/2796.html

• พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยภาษีซื้อที่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (ฉบับที่ 243) พ.ศ. 2534 มาตรา 3 — rd.go.th/2380.html

• ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1), 40(2), 65 ตรี (3), (6 ทวิ), (13), (20), 77/1(8), 77/2 และ 82/5(6) — rd.go.th

• ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2535 ข้อ 2(1) และ 2(11) — rd.go.th/3398.html

• หนังสือตอบข้อหารือ กค 0702/2479 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2566 (ค่าเสื่อมและภาษีซื้อรถกระบะ 4 ประตู) — rd.go.th/65127.html

• หนังสือตอบข้อหารือ กค 0811/10163 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2541 (ค่าเสื่อมรถยนต์นั่งราคา 1,500,000 บาท) — rd.go.th/23120.html

• หนังสือตอบข้อหารือ กค 0706/3103 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2547 (ต้นทุนรถเช่าซื้อรวมส่วนที่เรียกว่าดอกเบี้ย กรณีกิจการให้เช่ารถที่เคลม VAT ได้) — rd.go.th/24451.html

• หนังสือตอบข้อหารือ กค 0706/11508 ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2550 (ค่าเช่าลีสซิ่งรถยนต์นั่ง 36,000 บาท/เดือน) — rd.go.th/37049.html

• หนังสือตอบข้อหารือ กค 0706/5270 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2549 (ต้นทุนทางภาษีเมื่อขายรถยนต์นั่งราคาเกิน 1 ล้านบาท) — rd.go.th/31905.html

ก่อนออกรถในนามบริษัท ให้เราช่วยดูภาษีก่อน

ทำบัญชีรายเดือน เริ่มต้น 3,000 บาท/เดือน บันทึกค่าใช้จ่ายรถ แยกภาษีซื้อต้องห้าม และรวมยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน ปรึกษาฟรีทาง LINE

อ่านต่อ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ติดต่อเราทาง LINE