
เวลาปิดบริษัท เจ้าของส่วนใหญ่นึกถึงกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากรก่อน แต่ถ้ากิจการมีลูกจ้าง ยังมีงานฝั่งประกันสังคมและกฎหมายแรงงานที่ต้องปิดให้จบด้วย ทั้งการแจ้งลูกจ้างออก การส่งเงินสมทบงวดสุดท้าย การแจ้งเลิกกิจการของนายจ้าง และการจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้าง ถ้าทำไม่ครบ นายจ้างอาจเสียเงินเพิ่มหรือมีโทษ ส่วนลูกจ้างอาจเสียสิทธิเงินว่างงานที่ควรได้ บทความนี้สรุปเป็นลำดับงานสำหรับเจ้าของกิจการ ตั้งแต่ก่อนให้ลูกจ้างออกจนถึงแจ้งปิดบัญชีนายจ้าง
ปิดกิจการ ทำไมต้องแจ้งประกันสังคม
ตราบใดที่สำนักงานประกันสังคมยังเห็นว่ากิจการมีลูกจ้าง ระบบก็ยังถือว่านายจ้างมีหน้าที่ยื่นแบบและส่งเงินสมทบทุกเดือน การจดทะเบียนเลิกบริษัทกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไม่ได้แจ้งประกันสังคมให้อัตโนมัติ นายจ้างจึงต้องแจ้งเอง 2 ส่วน
- แจ้งลูกจ้างทุกคนออกจากระบบ เพื่อให้ความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ของลูกจ้างสิ้นสุดลงในวันที่ถูกต้อง
- แจ้งว่านายจ้างเลิกประกอบกิจการแล้ว เพื่อปิดบัญชีนายจ้าง
ทั้งสองเรื่องเป็นการแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่นายจ้างยื่นไว้ ซึ่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 44 กำหนดให้แจ้งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง ตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด ถ้านายจ้างโดยเจตนาไม่แจ้งภายในกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 96)
เริ่มจากฝั่งลูกจ้าง: บอกเลิกจ้างและจ่ายเงินให้ครบ
งานประกันสังคมจะง่ายขึ้นมาก ถ้าวันที่ลูกจ้างออกและเงินที่ต้องจ่ายชัดเจนตั้งแต่แรก
บอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อย 1 งวดค่าจ้าง
ลูกจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาจ้าง (รวมลูกจ้างทดลองงาน) นายจ้างต้องบอกเลิกจ้างเป็นหนังสือในหรือก่อนวันจ่ายค่าจ้างงวดใดงวดหนึ่ง เพื่อให้มีผลในวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป แต่ไม่ต้องบอกล่วงหน้าเกิน 3 เดือน (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 17)
ถ้าต้องให้ลูกจ้างออกเร็วกว่านั้น นายจ้างต้องจ่ายเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เท่ากับค่าจ้างตั้งแต่วันที่ให้ออกจนถึงวันที่การเลิกจ้างควรมีผล และต้องจ่ายในวันที่ให้ลูกจ้างออกจากงาน (มาตรา 17/1)
ค่าชดเชยตามอายุงาน
กฎหมายนับว่า "เลิกจ้าง" รวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะนายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป (มาตรา 118 วรรคสอง) การปิดกิจการจึงต้องจ่ายค่าชดเชยตามตารางนี้
| อายุงานติดต่อกัน | ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า (ค่าจ้างอัตราสุดท้าย) |
|---|---|
| ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี | 30 วัน |
| ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี | 90 วัน |
| ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี | 180 วัน |
| ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี | 240 วัน |
| ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี | 300 วัน |
| ครบ 20 ปีขึ้นไป | 400 วัน |
ตัวอย่าง: ลูกจ้างรายเดือน ค่าจ้างเดือนละ 12,000 บาท (ประมาณวันละ 400 บาท) ทำงานมา 2 ปี ได้ค่าชดเชยไม่น้อยกว่า 90 วัน ประมาณ 36,000 บาท
การนับอายุงานให้นับวันหยุด วันลา และวันที่นายจ้างสั่งให้หยุดรวมด้วย (มาตรา 19) ลูกจ้างที่จ้างแบบมีกำหนดระยะเวลาแน่นอนและออกตามกำหนดนั้นมีหลักเกณฑ์ต่างออกไป (มาตรา 118 วรรคสามและสี่) ควรตรวจสัญญาจ้างเป็นรายคน
เงินอื่นที่ต้องจ่ายตอนเลิกจ้าง
- ค่าจ้างงวดสุดท้าย และเงินที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่าย เช่น ค่าล่วงเวลาที่ค้าง
- ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้ในปีที่เลิกจ้างตามส่วน และวันหยุดพักผ่อนสะสม (มาตรา 67)
- กำหนดจ่าย: ค่าจ้างและเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับทั้งหมด ต้องจ่ายภายใน 3 วันนับแต่วันที่เลิกจ้าง (มาตรา 70 วรรคสอง)
- ถ้าจ่ายช้า: นายจ้างต้องเสียดอกเบี้ย 15% ต่อปี และถ้าจงใจไม่จ่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เมื่อพ้น 7 วันนับแต่วันครบกำหนด ต้องเสียเงินเพิ่มอีก 15% ของเงินที่ค้างทุก 7 วัน (มาตรา 9)
ถ้าเป็นการหยุดกิจการชั่วคราวแล้วจะกลับมาเปิดใหม่ ไม่ใช่การปิดถาวร กฎหมายมีหลักเกณฑ์อีกแบบ คือจ่ายเงินไม่น้อยกว่า 75% ของค่าจ้างตลอดช่วงที่ไม่ได้ให้ลูกจ้างทำงาน และต้องแจ้งลูกจ้างกับพนักงานตรวจแรงงานล่วงหน้าเป็นหนังสือไม่น้อยกว่า 3 วันทำการ (มาตรา 75) บทความนี้เน้นกรณีปิดถาวร
ขั้นตอนแจ้งประกันสังคมเมื่อปิดกิจการ
ขั้นที่ 1: แจ้งลูกจ้างออกด้วย สปส.6-09
สปส.6-09 คือแบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน ยื่นผ่านระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคมได้ จุดที่ต้องระวังมี 3 เรื่อง
- กำหนดเวลา: ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลูกจ้างออก ถ้าลูกจ้างออกพร้อมกันหลายคน แจ้งในคราวเดียวได้
- วันที่สิ้นสุด: คำอธิบายในแบบฟอร์มให้กรอกวันถัดจากวันสุดท้ายที่ลูกจ้างมาทำงาน เช่น ทำงานวันสุดท้าย 20 พ.ย. ให้กรอกวันที่สิ้นสุด 21 พ.ย.
- สาเหตุ: ให้เลือกช่อง 3 "เลิกจ้าง" แบบฟอร์มระบุไว้ชัดว่าช่องนี้ใช้กับกรณีนายจ้างยุบตำแหน่ง ลดจำนวนพนักงาน นายจ้างเลิกกิจการ หรือปิดกิจการ ไม่ใช่ช่อง 1 "ลาออก"
เรื่องสาเหตุสำคัญมาก เพราะสิทธิเงินว่างงานของลูกจ้างกรณีถูกเลิกจ้างสูงกว่ากรณีลาออกหลายเท่า (ดูหัวข้อสิทธิของลูกจ้างด้านล่าง) และคำเตือนในแบบฟอร์มระบุว่าการแจ้งข้อเท็จจริงเป็นเท็จ เช่น แจ้งว่าลาออกทั้งที่ไม่ตรงกับความจริง อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ บางครั้งนายจ้างขอให้ลูกจ้างเซ็นใบลาออกเพื่อเลี่ยงค่าชดเชย ซึ่งทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิและนายจ้างเสี่ยงต่อข้อพิพาทแรงงานในภายหลัง
ขั้นที่ 2: ยื่น สปส.1-10 และส่งเงินสมทบงวดสุดท้าย
ค่าจ้างเดือนสุดท้ายที่จ่ายให้ลูกจ้าง ยังต้องหักเงินสมทบ 5% และนายจ้างสมทบอีก 5% ตามปกติ (ฐานค่าจ้างปี 2569 ไม่เกิน 17,500 บาท จึงไม่เกินฝ่ายละ 875 บาทต่อคน) แล้วยื่น สปส.1-10 พร้อมนำส่งเงินภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้ายื่นผ่าน e-Service และชำระผ่าน e-Payment ได้ขยายอีก 7 วันทำการ (สำหรับค่าจ้างงวดมกราคม 2568 ถึงธันวาคม 2572)
ข้อควรรู้ของงวดสุดท้าย
- ถ้านายจ้างยังไม่ได้จ่ายค่าจ้างตามกำหนด ก็ยังต้องนำส่งเงินสมทบเสมือนว่าได้จ่ายค่าจ้างแล้ว (มาตรา 47 วรรคสาม)
- ถ้าส่งช้าหรือส่งไม่ครบ ต้องจ่ายเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้าง นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนด แต่รวมแล้วไม่เกินจำนวนเงินสมทบที่ต้องจ่าย (มาตรา 49)
- ถ้านายจ้างไม่ได้หักค่าจ้างลูกจ้างไว้ นายจ้างต้องรับผิดจ่ายส่วนของลูกจ้างเต็มจำนวนเอง (มาตรา 49 วรรคสอง)
- เงินแต่ละประเภทที่จ่ายตอนเลิกจ้าง เช่น ค่าชดเชย เงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้ ต้องนำมาคำนวณเงินสมทบด้วยหรือไม่ ควรตรวจกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ก่อนยื่นงวดสุดท้าย
ขั้นที่ 3: แจ้งเลิกประกอบกิจการด้วย สปส.6-15
สปส.6-15 คือแบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง ในแบบมีช่องให้เลือก"เลิกประกอบกิจการ ตั้งแต่วันที่..." (และมีช่อง "หยุดกิจการชั่วคราว" แยกต่างหาก) ใช้แจ้งปิดบัญชีนายจ้างหลังจากลูกจ้างคนสุดท้ายออกแล้ว กำหนดแจ้งตามมาตรา 44 คือภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่เลิกกิจการ
ข้อสังเกตสำหรับบริษัทที่จดเลิกและชำระบัญชี
- วันเลิกกิจการกับประกันสังคม อาจไม่ใช่วันเดียวกับวันจดทะเบียนเลิกกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระหว่างชำระบัญชี บริษัทอาจยังจ้างพนักงานบางคนช่วยเก็บเอกสารหรือติดตามหนี้ ถ้ายังมีลูกจ้าง ก็ยังต้องยื่นแบบและส่งเงินสมทบตามปกติจนกว่าลูกจ้างคนสุดท้ายจะออก
- ยื่นที่ไหน: สำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือจังหวัดที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างไว้ ช่องทางยื่น สปส.6-15 ทางออนไลน์ และเอกสารที่ต้องแนบ ควรสอบถามสำนักงานพื้นที่หรือสายด่วน 1506 ก่อน
- ค้างอะไรอยู่ไหม: ก่อนแจ้งเลิก ควรตรวจในระบบว่าไม่มีเงินสมทบหรือเงินเพิ่มค้างอยู่ เพราะถ้านายจ้างเป็นนิติบุคคล กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้รับผิดชอบการดำเนินงาน ที่สั่งการหรือกระทำการ หรือละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการตามหน้าที่ จนเป็นเหตุให้นิติบุคคลกระทำความผิด ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้นด้วย (มาตรา 101)
ขั้นที่ 4: เคลียร์กองทุนเงินทดแทน
กองทุนเงินทดแทนเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว คุ้มครองลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน ในปีปกติ นายจ้างจ่ายเงินสมทบตามค่าจ้างที่ประมาณการไว้ แล้วยื่นแบบ กท.20ก ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไปเพื่อแจ้งค่าจ้างที่จ่ายจริง ถ้าจ่ายไว้ไม่ตรงกับค่าจ้างจริง สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งให้ชำระเพิ่มหรือคืนส่วนที่เกิน
กรณีเลิกกิจการกลางปี ค่าจ้างจริงของปีนั้นมักน้อยกว่าที่ประมาณการไว้ นายจ้างควรแจ้งค่าจ้างที่จ่ายจริงจนถึงวันเลิกกิจการ เพื่อปรับยอดเงินสมทบ กำหนดเวลาและวิธียื่นสำหรับกรณีเลิกกิจการระหว่างปี ให้สอบถามสำนักงานประกันสังคมพื้นที่พร้อมกับตอนแจ้ง สปส.6-15
ส่วนข่าวการลดเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนที่จะมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ยังไม่พบประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะเกี่ยวกับกิจการที่ยังดำเนินกิจการต่อในปี 2570 เท่านั้น
ลูกจ้างได้อะไรจากประกันสังคมเมื่อบริษัทปิด
นายจ้างที่อธิบายสิทธิเหล่านี้ให้ลูกจ้างรู้ตั้งแต่วันที่แจ้งปิดกิจการ จะลดความกังวลและข้อขัดแย้งได้มาก
เงินทดแทนกรณีว่างงาน (ถูกเลิกจ้าง)
| กรณี | เงินทดแทน | ระยะเวลาสูงสุด |
|---|---|---|
| ถูกเลิกจ้าง (รวมนายจ้างปิดกิจการ) | 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย | ไม่เกิน 180 วันต่อปีปฏิทิน |
| ลาออก หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างตามกำหนด | 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย | ไม่เกิน 90 วันต่อปีปฏิทิน |
อัตรา 60% สำหรับผู้ถูกเลิกจ้าง ใช้ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งปรับจากเดิม 50% มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568 (บางหน้าในเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมยังแสดงอัตราเดิม 50%) เงินทดแทนคิดจากค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ซึ่งปี 2569 มีเพดานเดือนละ 17,500 บาท ผู้ถูกเลิกจ้างจึงได้สูงสุดประมาณเดือนละ 10,500 บาท (60% ของ 17,500 บาท)
เงื่อนไขหลักตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
- จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน
- ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานทางออนไลน์ในระบบของกรมการจัดหางานภายใน 30 วันนับจากวันที่ออกจากงาน จึงได้สิทธินับแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ถ้าขึ้นทะเบียนช้ากว่านั้น จะได้สิทธินับจากวันที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น ไม่ได้ย้อนหลัง
- รายงานตัวทางออนไลน์ตามนัด อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง พร้อมทำงานที่เหมาะสม และไม่ปฏิเสธการฝึกงาน
- ไม่ได้ถูกเลิกจ้างเพราะเหตุที่กฎหมายตัดสิทธิ เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย
การที่นายจ้างแจ้ง สปส.6-09 ให้ตรงเวลาและเลือกสาเหตุ "เลิกจ้าง" ให้ถูกต้อง จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกจ้างได้รับสิทธิในอัตราที่ควรได้
ยังใช้สิทธิประกันสังคมต่อได้อีก 6 เดือน
ลูกจ้างที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างและจ่ายเงินสมทบมาครบตามเงื่อนไข ยังได้รับความคุ้มครองกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย ต่อไปอีก 6 เดือนนับแต่วันที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง (พ.ร.บ.ประกันสังคม มาตรา 38)
เลือกเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39
ถ้าลูกจ้างยังไม่ได้งานใหม่และอยากรักษาสิทธิประกันสังคมไว้ สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39ได้
- คุณสมบัติ: เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และไม่ได้เป็นผู้รับประโยชน์ทดแทนกรณีทุพพลภาพ
- กำหนดเวลา: ยื่นแบบ สปส.1-20 ภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ออกจากงาน
- เงินสมทบ: ผู้ประกันตนจ่ายเองเดือนละ 432 บาท (9% ของฐาน 4,800 บาท) นำส่งภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- ความคุ้มครอง: 6 กรณี คือ เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตร และชราภาพ ไม่รวมกรณีว่างงาน
- สิ้นสภาพได้ถ้าขาดส่ง: เช่น ไม่ส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือภายใน 12 เดือนส่งไม่ครบ 9 เดือน
- ถ้ากำลังรับเงินทดแทนกรณีว่างงานอยู่: ควรสอบถามสำนักงานประกันสังคมก่อนสมัครมาตรา 39 ว่ามีผลต่อสิทธิกรณีว่างงานหรือไม่
ไทม์ไลน์ตัวอย่าง: ลูกจ้างทำงานวันสุดท้าย 20 พ.ย. 2569
สมมติบริษัทจ่ายค่าจ้างเดือนละครั้งทุกวันที่ 20 ลูกจ้างทุกคนทำงานวันสุดท้ายวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2569 และบริษัทเลิกประกอบกิจการตั้งแต่วันถัดไป
| วันที่ | สิ่งที่นายจ้างต้องทำ |
|---|---|
| ภายในวันจ่ายค่าจ้าง 20 ต.ค. 2569 | บอกเลิกจ้างเป็นหนังสือ ให้มีผลวันจ่ายค่าจ้างงวดถัดไป 20 พ.ย. 2569 (มาตรา 17) |
| 20 พ.ย. 2569 (วันที่ให้ออก) | ถ้าบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ครบ จ่ายเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าในวันนี้ (มาตรา 17/1) |
| ภายใน 23 พ.ย. 2569 | จ่ายค่าจ้างที่ค้าง ค่าชดเชย และค่าวันหยุดพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้ (3 วันนับแต่วันเลิกจ้าง มาตรา 70) |
| ภายใน 15 ธ.ค. 2569 (วันอังคาร) | แจ้ง สปส.6-09 วันที่สิ้นสุด 21 พ.ย. 2569 สาเหตุช่อง 3 "เลิกจ้าง" |
| ภายใน 15 ธ.ค. 2569 | ยื่น สปส.1-10 และนำส่งเงินสมทบค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2569 (ถ้ายื่นและชำระออนไลน์ ขยายอีก 7 วันทำการ) |
| ภายใน 15 ธ.ค. 2569 | แจ้ง สปส.6-15 "เลิกประกอบกิจการ ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 2569" และสอบถามการปรับยอดกองทุนเงินทดแทน |
| ภายใน 30 วันหลังออกจากงาน | (ฝั่งลูกจ้าง) ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานทางออนไลน์ |
| ภายใน 6 เดือนหลังออกจากงาน | (ฝั่งลูกจ้าง) สมัครมาตรา 39 ถ้าต้องการ |
วันที่ในตารางเป็นตัวอย่างเพื่อให้เห็นลำดับเท่านั้น ไม่ต้องรอถึงวันครบกำหนด ยิ่งแจ้งเร็ว ลูกจ้างก็ยิ่งเริ่มขั้นตอนขอรับสิทธิได้เร็ว
กิจการที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไป: กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง
กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเป็นอีกกองทุนหนึ่งตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ใช้กับกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (สำหรับลูกจ้างที่ไม่ได้อยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) สถานะ ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2569 คือ กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่กำหนดเริ่มเก็บเงินตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 แต่คณะรัฐมนตรีรับทราบหลักการให้เลื่อนเป็น 1 มกราคม 2570 ซึ่งยังรอพระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กิจการที่เข้าข่ายและกำลังปิดในช่วงนี้ ควรสอบถามกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (สายด่วน 1506) ว่ามีเงินงวดใดต้องนำส่งก่อนปิดหรือไม่ ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกจะได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และดอกผลคืนเมื่อออกจากงาน (มาตรา 133)
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อปิดกิจการ
- คิดว่าจดเลิกบริษัทแล้ว ประกันสังคมจะรู้เอง: ต้องแจ้งเองทั้งลูกจ้างออกและการเลิกกิจการ
- เลือกสาเหตุ "ลาออก" แทน "เลิกจ้าง": ลูกจ้างได้เงินว่างงานน้อยลง และนายจ้างเสี่ยงความผิดฐานแจ้งข้อเท็จจริงเป็นเท็จ
- ลืมส่งเงินสมทบงวดสุดท้าย: เงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนเดินต่อ แม้บริษัทจะหยุดขายแล้ว
- จ่ายค่าชดเชยช้าเกิน 3 วัน: มีดอกเบี้ย 15% ต่อปี และอาจมีเงินเพิ่มถ้าจงใจไม่จ่าย
- แจ้งเลิกกิจการกับประกันสังคมทั้งที่ยังจ้างคนช่วยชำระบัญชีอยู่: ควรแจ้งเลิกหลังลูกจ้างคนสุดท้ายออกแล้ว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: บริษัทปิดกิจการ ต้องแจ้งประกันสังคมภายในกี่วัน?
A: แจ้งลูกจ้างออกด้วย สปส.6-09 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ลูกจ้างออก และแจ้งเลิกประกอบกิจการด้วย สปส.6-15 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่เลิกกิจการ ตามมาตรา 44 พร้อมยื่น สปส.1-10 และส่งเงินสมทบของค่าจ้างเดือนสุดท้ายภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
Q: ปิดกิจการ แจ้งลูกจ้างออกเป็น "ลาออก" หรือ "เลิกจ้าง"?
A: เลือก "เลิกจ้าง" (ช่อง 3) ในแบบ สปส.6-09 ระบุว่าช่องนี้รวมกรณีนายจ้างเลิกกิจการหรือปิดกิจการ การแจ้งว่าลาออกทั้งที่ไม่ตรงความจริงมีโทษ และทำให้ลูกจ้างได้เงินว่างงานเพียง 30% แทน 60%
Q: บริษัทปิดกิจการ ลูกจ้างได้เงินประกันสังคมเท่าไร?
A: ถ้าจ่ายเงินสมทบครบ 6 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน และขึ้นทะเบียนว่างงานภายใน 30 วัน จะได้เงินทดแทน 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย ไม่เกิน 180 วันต่อปีปฏิทิน เงินนี้แยกจากค่าชดเชยที่นายจ้างต้องจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
Q: ปิดบริษัทต้องจ่ายค่าชดเชยลูกจ้างไหม?
A: ต้องจ่าย การที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานเพราะนายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปถือเป็นการเลิกจ้าง ลูกจ้างที่ทำงานครบ 120 วันขึ้นไปได้ค่าชดเชย 30–400 วันตามอายุงาน และต้องจ่ายภายใน 3 วันนับแต่วันเลิกจ้าง
Q: ลูกจ้างออกแล้ว อยากมีประกันสังคมต่อทำอย่างไร?
A: สมัครผู้ประกันตนมาตรา 39 ด้วยแบบ สปส.1-20 ภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ออกจากงาน ต้องเคยจ่ายเงินสมทบมาตรา 33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน จ่ายเองเดือนละ 432 บาท ได้ความคุ้มครอง 6 กรณี ยกเว้นกรณีว่างงาน
สรุป
ปิดกิจการที่มีลูกจ้าง ต้องปิดให้ครบ 2 ฝั่ง ฝั่งกฎหมายแรงงานคือ บอกเลิกจ้างล่วงหน้าหรือจ่ายเงินแทน และจ่ายค่าจ้าง ค่าชดเชย กับค่าวันหยุดพักผ่อนที่ค้างภายใน 3 วัน ฝั่งประกันสังคมคือ แจ้ง สปส.6-09 โดยเลือกสาเหตุ "เลิกจ้าง" ส่งเงินสมทบงวดสุดท้าย แจ้ง สปส.6-15 เลิกประกอบกิจการ และปรับยอดกองทุนเงินทดแทน ทุกเรื่องมีกำหนดภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ถ้าทำครบ ลูกจ้างก็ได้สิทธิเงินว่างงานเต็มที่ และนายจ้างไม่มีเงินเพิ่มหรือความผิดค้างหลังปิดบริษัท
ลูกค้าแพ็กเกจทำบัญชีรายเดือนของบริษัท พีพลัส การบัญชี จำกัด มีงานยื่นประกันสังคมและแจ้งเข้า–ออกลูกจ้างรวมอยู่ในแพ็กเกจแล้ว ทุกแพ็กเกจปรึกษาได้และเข้าพบได้ทุกครั้งที่ต้องการ ส่วนบริษัทที่ตัดสินใจจะปิดกิจการ เรามีบริการเลิกกิจการและชำระบัญชี เริ่มต้น 15,000 บาท ดูแลฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร พร้อมแนะนำลำดับงานประกันสังคมให้ทันทุกกำหนด
แหล่งอ้างอิง:
• พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถึงฉบับที่ 4 พ.ศ. 2558) มาตรา 38, 39, 44, 47, 49, 57, 78, 79, 96 และ 97 และมาตรา 101 ที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. 2560
• พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568) มาตรา 9, 17, 17/1, 19, 67, 70, 75, 118, 130 และ 133
• กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 (ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 142 ตอนที่ 44 ก)
• สำนักงานประกันสังคม: แบบ สปส.6-09 แบบแจ้งการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (พร้อมคำอธิบายด้านหลัง) — https://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/dcb8745ac18d9c0ae5f0c050ef18fdf8.pdf
• สำนักงานประกันสังคม: แบบ สปส.6-15 แบบแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนายจ้าง — https://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/1b5936bb29ec0754ae74e6f8f6d18b72.pdf
• สำนักงานประกันสังคม: สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน, ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ (มาตรา 39), เงินสมทบและการชำระเงิน — www.sso.go.th
• สำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506




